Pam 的个人资料. w a n d e r i n g p a ...照片日志列表 工具 帮助

日志


1月15日

ชวนกินข้าว

 
เมื่อวานไปกินข้าวกับเพื่อนมาที่ร้านนี้ "Minibar Royale"
อร่อยดีนะ บรรยากาศร้านมันสบายๆ ดี
ร้านอยู่ตรงสุขุมวิท ซอย 23 อยู่ใต้ Citadines เลย
 
ร้านน่ารักดี เก๋ๆ อารมณ์ประมาณ vanilla industry
แต่เราชอบร้านนี้มากกว่าแฮะ สไตล์มันชัดเจนดี ปลื้มมาก (>w<)
เด๋ววันเกิดไปอีก เย้!
 
1月12日

Please take your fake ass home.

 
เขียนอันนี้ไว้ตั้งแต่วันที่ 4 ธันวาคม 2005
 
* * * *
 
We went out for a family dinner today. All the laughter reminded me of how lucky I am.

When I start to look at the glass half full. People just snap me out of it. They keep reminding me of how bullshit people could be. I would wanna be mad but I'm just too tired and it all turns into a pity.

I dont know what it is but the one, who others think he's cold-hearted, turns out to be the one who actually listen... in spite of them. Thats just sad man.

Some of my friends dont understand why I am such an "indy" (or whatever they term 'independent'). Well, I dont know about others but FRIEND can be the most refreshing thing and the most unbelieveably disappointing people. I used to think I just set my expectation too high.. but when I dont expect shit and all I have is love. They turn and stab me in the back with all the unnecessary lies.

Dont get me wrong. I'm not a hater. In fact, I have all the love everyone wants-they just keep taking it for granted.
 
 
* * * *
 
ณ ตอนนี้ ไอความรู้สึกนี้ก็ยังอยู่ ไอเรื่องแย่ๆ ที่พยายามลืมไป มันกลับเดจาวูกลับมา เพราะสิ่งทุเรศๆ ที่มันไปทำเพิ่มมา ที่แบบอยากจะด่าต่อหน้าให้มันหายบ้า และหายตอแหล......แต่ก็คิดไปว่า เดี๋ยวมันก็ตีหน้าตาย เปลี่ยนเรื่อง และตอแหล some more รู้สึกเสียใจม๊ากมาก ที่เสียเวลารู้สึกดี และเป็นเพื่อนกับมัน --- นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่าตัดสินคนจากเปลือกนอก... และอย่าเชื่อใจคนจากเปลือกนอกเช่นกัน เสียอารมณ์
 
1月11日

The Orphanage

 
 
เมื่อวันศุกร์ ตอนเวลาประมาณทุ่มสี่สิบห้า ขณะนั่งเลือกหนังสือให้เจ้านายที่เอเชียบุ๊คส์ พารากอน 
พี่ชายโทรมาแล้วถามว่า "อยู่ไหนวะ ดู The Orphanage ป่าว รอบสองทุ่ม?"
 
อ่ะโห แทบจะบีบคอคนขายให้มันคิดเงินเร็วๆ แล้วรีบเอาหนังสือใส่ถุง
คนขายแม่งยังใจดี บอกว่าซื้อแยกบิลมั้ยคะ จะได้จับฉลากส่วนลด แล้วมาลดอีกเล่ม....
ดันจะครีเอทตอนกูรีบอี๊กกกก!!! (แต่ชื่นชมในการให้บริการมาก ให้สิทธกับลูกค้าสุดฤทธิ์)
 
หลังจากที่พนักงานได้บรรจงเอาหนังสือใส่ถุง ข้าพเจ้าก็วิ่งหน้าตั้งจากพารากอนไปลิโด
วันที่กูรีบๆ ทำไมมนุษย์ทั้งโลกมันถึงเดินช้ากันซะขนาดเน้!!!
 
ขอเกริ่นก่อนว่า The Orphanage (ชือไทย "โรงเรียนเลี้ยงผี") เป็นหนังที่อยากดูมานานแล้ว
ตั้งแต่ หน้าลิโดยังแปะใต้โปสเตอร์ว่า coming attraction จนผ่านมาเดือนกว่า --- ดีนะ มันยังไม่ลาโรงไป
ตอนแรกไม่ได้รู้หรอกว่ามันเป็นหนังเกี่ยวกับอะไร เป็นคนไม่ชอบอ่านรีวิวหนัง
คิดเอาเองว่าคงเป็นหนังหลอนๆ เหมือน Pan's Labyrinth (เห็นว่าเป็น ผู้กำกับ producer คนเดียวกัน)
การไม่เคยอ่านรีวิวหนังมาก่อนเลย ทำให้เราไม่คาดหวัง และไม่เดาเนื้อเรื่องล่วงหน้า --- และทำให้ไม่รู้ด้วยว่า หนังมันเกี่ยวกับอะไร 
ตอนไปเล่าให้พี่ฟังว่าอยากดูเรื่องนี้ มันสวนกลับมาว่า "อ่อ ไอโรงเรียนเลี้ยงผี อ่ะนะ"
แอบด่ามันในใจว่าสปอยล์กูทำไมนี่
 
เอาเป็นว่า fast forward มาถึงตัวหนังเลยละกัน
The Orphanage เล่าเรื่อง ลอร่า อดีตเด็กกำหร้า ที่มีครอบครัวรับไปเลี้ยงตั้งแต่เด็กๆ ทำให้ต้องแยกจากเพื่อนๆ ในสถานเด็กกำพร้านั้น
พอ ลอร่า โตขึ้นก็กลับมาซื้อบ้านเลี้ยงเด็กกำพร้าที่ตนเคยอยู่ เพื่ออยู่กับครอบครัว และตั้งใจว่าจะเปิดบ้านเป็นสถานรับเลี้ยงเด็กพิเศษ
ลูกชายของเธอ "ซิโมน" ซึ่งเป็น "เด็กพิเศษ" มีอาการทางจิตมาตั้งแต่เล็กๆ และชอบเล่นกับเพื่อนในจินตนาการมาแต่ไหนแต่ไร
เมื่อย้ายมาบ้านหลังนี้ ซิโมนก็ได้พบกับเพื่อนในจินตนาการคนใหม่ - ไม่ได้มีคนเดียว แต่มีถึง 6 คนด้วยกัน!! --- เฮี้ยนมากกกก
ลอร่าและสามีคุ้นเคยกับการที่ซิโมนมีเพื่อนในจินตนาการ และคิดว่าเป็นเพียงอาการของเด็กที่เหงา และอยากหาเพื่อนเล่นเท่านั้น
หารู้มั้ยว่า แก๊งเพื่อนใหม่ของซิโมนนั้น ก็เป็นแก๊งค์เพื่อนเก่าของลอร่าเช่นกัน!!!
การกลับมายังสถานรับเลี้ยงเด็กอีกครั้งของลอร่า เป็นโอกาสให้ลอร่าได้เรียนรู้ทุกข์สุขของเพื่อนๆ เธอหลังจากที่เธอจากมา
*ถ่าน ถาน ถ๊านนนนนน
 
หนังผีส่วนมากที่เราเคยดูกัน มักจะมีผีแหวะๆ เหวอะๆ แหยะๆ ออกมาให้ตกใจเป็นระยะๆ
แต่หนังเรื่องนี้ หลอนตั้งแต่เริ่มเรื่อง จนจบเรื่องก็ยังจิกตีนซะปวดแข้งเลยทีเดียว
ไม่ได้มีส่วนไหนของหนังมีมันผ่อนคลายเลยซักนิด แค่เปิดตัวด้วยเครดิตทีมสร้าง ก็ขนลุกซู่แล้ว
แต่ต้องขอชื่นชมผู้กำกับ และทีมสร้างอย่างยิ่งยวด
ช่างมีความสามารถในการจับจังหวะ และการบีบเค้นหัวใจคนดูได้ระดับโลกเลยจริงๆ
หนังทั้งเรื่องไม่ได้มีผีเหวอะๆ ออกมาให้ดูเลย แต่จังหวะของหนัง ดนตรีประกอบที่โคตรป้ากดดัน
และการลำดับเรื่องของหนังมันช่างหลอกหลอน และเจ๋งเด็ด ขนาดออกจากโรงแล้วยังขนลุกไม่หาย
 
หนังน่ากลัว ขนาดที่คนในโรงกรี๊ดกันลั่น ในฉากเสียวๆ คนในโรงถึงกับคราง อูยยย โอยยยย ซะปวดใจ
สไตล์หนังก็เป็นเหมือน Pan's Labyrinth (ถ้าใครเคยดู) - เนื้อเรื่องหดหู่ๆ แต่จบแบบแฮปปี้ ปนหม่นๆ....เอ๊ะ งงมะ?
 
จะว่าไป หนังเรื่องนี้มันก็ไม่ได้เป็นหนังผี ซักเท่าไหร่นะ มันแค่หลอนมาก และบีบหัวใจตลอดสองชั่วโมงเท่านั้นเอง
ใครชอบหนังดี หนังผี หนังใช้สมอง ขอแนะนำว่าให้รีบไปดูกัน ก่อนที่มันจะออกจากโรง
(เพราะถ้าดู dvd ที่บ้านก็คงไม่เครียดเท่าดูในโรงแน่ๆ)
ถ้ามีโอกาส ก็ไปตามดู Pan's labyrinth ด้วยละกัน สนู๊ก สนุก
 
 
โอเค บ่นจบละ สบายใจ ...
 
1月9日

PASH ME UP

 
I want to change the look of my "windows live space", regardless of no one really read my shits no more.
 
But there is nothing fresh for me to choose from.
 
I think I better take up HTML course soon.
 
 
 
 
 
ขัดใจที่สุด
 

 
On another not so important note, I'm starting this new blog (I know I am way too slow comparing to the amount of the 'bloggers' these days).
 
The blog is called "PASH UP".
 
The idea of the blog is selfish and completly self-centered. All content will be all things I'm interested in, and I will try to bitch less.
 
Keep checking in "pashup.blogspot.com"
 
 
 
 
 
 
thx :)
1月7日

old habit

 
พี่กี้ส่งมาให้ทำ.........
 
เราก็จัดไป.
 
 
 

1. หนังสือเล่มล่าสุดที่อ่าน? :  aday ฉบับที่ 100

2. ภาพยนตร์เรื่องล่าสุดที่ดู?ไปดูกับใครที่ไหน?:  Madagascar 2 ไปดูคนเดียว ที่พารากอน - เหงามะ

3. ชอบฟังเพลงแนวไหนมากที่สุด? : แล้วแต่อารมณ์นะ เวลาเพ้อฝันจะชอบฟังเพลงไทย เบาๆ จะได้เพ้อตามเพลง - เวลาต้องการ inspiration จะฟัง hiphop, R&B.....เสี่ยวมะ

4. พูดคำว่า รัก ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่จำได้ป่าว? : ไม่รู้สิ........เดือนที่แล้วแหละ

5. ข้อดีของคุณ? : จริงใจ มั้ง

6. แล้วข้อเสียของคุณล่ะ ? :  ไว้ใจคนผิด

7. แล้วมองคนอื่นยังไง? : มองผ่านคอนแทคเลนส์จะชัดมากๆ

8. Wallpaper ที่คอมพิวเตอร์เป็นรูปอะไร : โลกใต้ทะเล........ที่คงไม่ได้ไปเห็นเองอีกแล้ว

9. สถานที่ที่อยากไปมากที่สุด? : ไม่มีที่ๆ อยากไปมากที่สุด แต่ถ้าตอนนี้ให้เลือกไปเที่ยว อยากไปอิตาลี กรีซ แล้วก็ตะรุเตา

10. คำพูดติดปาก ที่พูดประจำเลย? :  ไม่มีนะ ถ้าพูด ก็คงไม่รู้ตัว

11. ตอนนี้คิดถึงใครอยู่หรือเปล่า? : คิดอยู่ว่า ถ้าตอบคำถามเซตนี้เสร็จ จะต้องใช้เวลาแค่ไหนถึงจะทำงานเสร็จ

12. เวลามองเห็นทะเลแล้วรู้สึกอะไร? : "เออ มันชิวดีนะ"

13. ผลไม้สุดโปรด? :  แอปเปิ้ลกาล่า กับฝรั่งนิ่มๆ ฟูๆ

14. มีโทรศัพท์ถึงคุณกี่ครั้งในหนึ่งวัน: แล้วแต่นะ ช่วงสองเดือนที่ผ่านมา เพื่อนโทรหาเยอะมาก จนรู้สึกว่ากูนี่ก็ป๊อบปูล่าน่าดู แต่ตอนนี้เพื่อนเลิกคบหมดแล้ว

15. ช่วงนี้มีอะไร update ไหม? : อื้มมม.....ไม่มีนะ ก็ยังใช้ชีวิต routine เหมือนเดิม

16. ตั้งเป้าหมายในชีวิตว่าจะเรียนถึงระดับไหน? : จริงๆ ตรี ก็พอแล้วนะ ไม่ซีเรียส

17. ถ้าถามเรื่องความรักคิดยังไงกับประโยค รักคนที่เขารักเราดีกว่า : ก็ดีนะ แต่เราก็ต้องรักเขาด้วยนะ

18. ถ้าเพื่อนแอบชอบแฟนเราทำไง : บอกมันว่า "เพื่อนกัน เค้าไม่ทำกันแบบนี้"

19. อกหักรู้สึกอย่างไร? : ก็คงเสียใจ เป็นธรรมดา

 20. ถ้าขอพรได้จะขออะไร? : ขอเป็นแดนเซอร์ให้ Justin Timberlake

21. คุณคิดว่าคนเราเกิดมาเพื่ออะไร? : ไม่รู้เหมือนกัน แต่เกิดมา ก็ควรจะใช้เวลาให้คุ้มค่า อย่าให้เสียชาติเกิด

22. เลี้ยงรุ่นครั้งต่อไปเมื่อไหร่ : ก็ยังไม่เห็นมีใครนัดอะไรกัน

23. คิดยังไงกับเพื่อนที่มหาลัยหรอ :  a true friend will never lie to you. ever.

24. ถ้าไม่ได้เกิดเป็นคนคิดว่าอยากเกิดเป็นอะไร? : อืม ไม่เกิดก็ดีนะ

25. วันเกิดตัวเองอยากให้ใครอวยพรมากที่สุด?  : ครอบครัว

26.ชอบวันหยุดวันไหน? : นับตั้งแต่คริสมาสต์จนปีใหม่ (คือ คริสมาสต์ก็ไม่ควรจะได้หยุดนะเนี่ยเรา)

27.คิดว่าคนอื่นจะไม่ชอบอะไรที่ตัวเองทำ? : คงไม่ชอบสิ่งที่เราพูดมากกว่า...... ความเห็นที่ไม่ตรงใจเค้า คงจะทำให้เค้าไม่พอใจ ละมั้ง

28.คิดว่าคนอื่นจะชอบอะไรที่ตัวเองทำ? : ไม่รู้สิ แต่เราก็ไม่เคยตั้งใจจะทำร้ายจิตใจใคร

29.มีความสามารถพิเศษอะไร? : ไม่มีอะไรเป็นพิเศษนะ........ ถ้ามีก็อาจเป็น "เพ้อเจ้อเยอะ เป็นพิเศษ"

30.เคยตกบันไดรึเปล่า? : เคย ตกลงมาจากชั้น 3 ตอน สอง-สามขวบมั้ง --- ทุกวันนี้เลยไม่ค่อยสมประดี

31.ในชีวิตที่ผ่านมาคิดว่าอะไรคืออุบัติเหตุร้ายแรงที่สุดในชีวิต?: ตกลงมาจากชั้น 3 ไง

32.ในกระเป๋าตังค์มีรูปรึเปล่า? : ไม่มี มันไม่มีช่องให้ใส่รุปหน่ะ

33.ไปทำบัตรประชาชนอายุเท่าไหร่ : ตามเกณฑ์ ปกติ

34.เคยคิดจะชกใครมั้ย? : ไม่เคย เดี๋ยวโดนชกกลับหน่ะ --- เคยคิดแต่ว่า กูอยากบีบคอแม่ง แล้วเขย่าๆๆๆๆๆๆๆๆ

35.คิดว่าหน้าตาตัวเองตอนตื่นเหมือนอะไร? : เหมือนคนพึ่งตื่น

36.ถ้าให้เลือกอยากให้วันนึงมีกี่ชม.? : พอละเท่านี้ มีอีกก็อู้อีก <<<< เออ เห็นด้วย

37.เขียน DIARY รึเปล่า? : เมื่อก่อนเขียนอย่าง obsessive แต่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยได้เขียนแล้ว มีกิจกรรมอย่างอื่นที่มัน time consuming มากกว่า

38.รู้จักโดเรมอนดีแค่ไหน? : ไม่สนิทนะ เป็นเพื่อนของเพื่อนอีกที

39.มีกรรไกรกับคัตเตอร์จะเลือกใช้อะไร? : กรรไกร

40.ในชีวิตโตมาถึงตอนนี้ฆ่ามดมากี่ตัวแล้ว? :  ตอนเด็กๆ คงเยอะ แต่เดี๋ยวนี้จะเนียนปัดๆ ให้มันหายไป....ไม่รู้มันไปตายขณะโดนปัดรึเปล่า

41.ใช้เวลาอ่าน นสพ. นานเท่า ไหร่ ? : แล้วแต่ว่าเป็น นสพ. อะไร - ถ้าเป็นเรื่องงาน ก็ต้องตั้งใจอ่านมากหน่อย ข่าวบันเทิง เดี๋ยวนี้ดูจาก ubc ช่อง 17 ก็ได้

42.กินผัดไทใส่ถั่วงอกรึเปล่า? :  ใส่ แต่ไม่ได้เป็นคนชอบกินผัดไทนะ ชอบกินถั่วงอกมากกว่า

43.ถ้ามีกล่อง 1 ใบ คิดว่าอะไร อยู่ข้างใน? : สร้อยมุก

44.เชื่อเรื่องรักแรกพบรึเปล่า? : ไม่เชื่อ

45.คิดว่าตัวเองเคยเจอมั้ย? คิดว่าไม่เคย แต่แฟนคนปัจจุบันตอนเห็นครั้งแรก ก็ชอบเลยนะ - แบบนั้นเรียกว่า รักแรกพบรึเปล่า

46.ใครคนนึงรักเพราะอะไร? : เพราะ คนๆ นั้น เค้าตอบโจทย์ เรา

47.ชอบเล่นเกมรึเปล่า? : แล้วแต่เกมส์

48.เวลาว่างชอบทำอะไร? : นอนดูทีวี แล้วก็บ่นว่า "วะ! ว่างจัง"

49.เพลงที่ชอบที่สุดตอนนี้  : เพลงของชิน คิดว่ามันชื่อเพลง "คืนหนึ่ง" --- วัยรุ่นมะ

50.ขับรถเร็วมั้ย? : ขับไม่เป็น

51.กลางคืน กับ กลางวัน ชอบอย่างไหน? : ชอบกลางคืน วันที่อากาศเย็นๆ และก็ชอบตอนเช้า
52.เบื่อรึยัง? : นิดนึง ยังทำงานไม่เสร็จ กลัวโดนด่า

53.คิดว่าการตอบคำถามอย่างนี้ไร้สาระมั้ย? : ก็ไม่นะ..... แต่พวกคำถามโง่ๆ เราก็ไม่ตอบนะ

54.ฝากอะไรถึงคนส่งหน่อยดิ? : ลองอ่านอันนี้ แล้วเทียบกับเมื่อก่อนดิ รู้สึกว่ากูเปลี่ยนไปมะ?

55.อันนี้ฝากให้คนที่จะส่งไปให้?:  ส่งให้ เพราะอยากให้อ่าน และอยากให้ตอบ

56.อยากให้มีคนตอบมั้ย? : อยาก

 

สวัสดีปีใหม่ เอฟวะรีวัน :)