| Pam 的个人资料. w a n d e r i n g p a ...照片日志列表 | 帮助 |
|
11月23日 ปวดแขน เลยต้องพิมพ์อีก*
อาการเมื่อยแขน เนื่องจากการพิมพ์งาน และเล่นเกมอย่างหนักหน่วง
และเล่นเกมส์อย่างหนักหน่วง และเล่นเกมส์อย่างหนักหน่วง...
เบื่อการต้องนั่งหน้าคอมพิวเตอร์นานๆ
และโต๊ะทำงานที่ผิดสุขลักษณะ
เคยอ่านหนังสือแล้วเค้าบอกว่า ให้โต๊ะเตี้ยกว่าระดับข้อมือ
--- ฉันสันนิษฐานว่า มันเป็นเหตุผลให้เลิอดสามารไหลลงไปหล่อเลี้ยงได้อย่างเต็มที่
เพราะตอนนี้โต๊ะกรูสูงกว่าระดับข้อมือ ทำให้ปวดแขนนรกเลย
*
เมื่อวานไปชอปปิ้งมา
สิ้นสติหลังจากไม่ได้ซื้อของมากว่าสองเดือน
เดินคนเดียวทีไร มีเสียตังค์ (เยอะ) ทุกที
วันหลังต้องพกตี๋ไปด้วย เดินสองร้านตี๋ก็ค้อนขวับ --- เป็นวิธียับยั้งการใช้ตังค์ที่ดี
(แต่ทะไมกูค้อนขวับ แล้วตี๋มันยังซื้อของเพลินอยู่ฟระ?)
*
สุดสัปดาห์นี้ เอกจิตเค้าไปรับน้องกัน
ด้วยภารกิจส่วนตัวทำให้ข้าพเจ้าไม่สามารถไปร่วมงานได้
ขออภัยมา ณ ที่นี้ --- กลับมาไม่ต้องมาไซโคกู กูไม่เชื่อพวกมึงหรอกกก :p
*
เมื่อศุกร์ที่แล้วไปกินข้าวกับพ่อ
เล่าเรื่องที่ไปสิงคโปร์ เมื่อเดือนก่อน
พ่อบอกว่า "รู้แล้ว พ่อเห็น" --- ไอเรากับพี่ก็มองหน้ากันงง รู้ได้ไง เห็นจากไหน
กูก็ว่า กูไม่ได้ออกทีวี
พ่อบอกว่า เห็นในอินเตอร์เนต เห็นเล่าอะไรไว้เยอะแยะ
เอ๊ะ...เดี๋ยวนะ
ข้อแรก พ่อกูเล่นอินเตอร์เนตด้วยหรอ เห็นว่าเทคโนโลยีล่าสุดเป็นแฟกซ์
ข้อต่อมา เล่าอะไรวะ ในอินเตอร์เนต
พ่อเริ่มอธิบายว่าเค้าไปดูเมล์พี่ชาย แล้วก็ search ชื่อฉัน
คืออธิบายงงไปงงมา แต่จับความได้ว่า ได้เข้ามาอ่านไอเอนทรี่วันที่เล่าเรื่องสิงคโปร์
อ่ะหือ.......ไฮเทคมากเลยพ่อฉัน
นี่ถ้าเม้นไว้ด้วย คงมีชอคไปหลายวัน 55555+
*
สองสามวันมานี้ พิมพ์งานจนเบื่อคอม
เนื่องจากตี๋ไม่อยู่ ชีวิตกูเลยไร้สาระ และเงียบงันทันที
เป็นหลักฐานให้เห็นว่า ปกติก็ไม่ได้มีใครคบอยู่แล้ว
การที่คบกับตี๋นี่ถือเป็นบุญ --- *พยักหน้าหงึกๆ
*
วันนี้อากาศเย็นดี
คิดถึงตอนอยู่โรงเรียน แล้วไปยืนสังเคราะห์แสงกลางสนาม
ตอนที่อยู่รังสิต เดินตลาด แล้วอากาศดี นั่งฟังคอนเสิรตอคูสติก แล้วอยากจะไปโดดคลองแถวธรรมศาสตร์
ช่างเป็นบรรยากาศที่น่ามีคู่ และน่าฆ่าตัวตายในระดับไล่เลี่ยกัน --- อันนี้ขึ้นอยู่กับสถานะของแต่ละคน
แต่ว่า ใครเลิกกะแฟนช่วงนี้ ขอบอกได้เลยว่า หน้าหนาวนี้ เจ้าคงขมขื่นกว่าปีที่ผ่านมา *ตบไหล่แปะๆ
ว่าแล้ว ชวนตี๋ไปดูรักแห่งสยามดีกว่า โปรโมทจัง กูรำคาญ
(เออ ว่าแต่ทำไมช่วงนี้ไม่ค่อยมีหนังให้ดู? หนังที่อยากดูแม่งฉายที่ house ซึ่งอยู่ใกล้บ้านกูมากๆ)
พรุ่งนี้ วันลอยกระทง............
ไม่ลอยผิดมั้ย? สงสารปลา มันคงเบื่อใบตอง ดอกไม้ และขนมปังก้อนหนาๆ ที่ดูไม่น่าอร่อย
คือการลอยนิดๆ หน่อยๆ คงโอเค นี่ลอยกันตู้ม กระทงลอยไป 5 นิ้วเจ๊อะกระทงชาวบ้านแล้วก็ลอยอืดเป็นแพๆ....สุดท้ายปลากินไม่ทัน กลายเป็นขยะ
โลกร้อนน่า อยู่เฉยๆ ละกัน
หะๆๆๆ --- ขวางโลกแสด
*
วันก่อนไปมหาลัย เจออ.บุ๋ม (ถ่านถานถ๊านนนนน~)
อ. ถามว่าทำงานไรอยู่ เลยบอกว่ากตงาน นอนกลิ้งอยู่บ้านเฉยๆ
อ. บอกว่ามีงานผู้ช่วยกองกิจที่ศิลปากรว่างอยู่ ไปทำสิ เหมาะกะเธอดี เป็นข้าราชการนะ เงินเดือน 9,000 บาทไทย
..........ซึ้งน้ำใจอาจารย์...แต่ว่า 9,000 บาท เนี่ยนะคะ
ขอบายค่ะ ช้ำใจเกินไปจริงๆ
สโคปงานของผู้ช่วยกองกิจ คงไม่เหมาะกับความงกเงินของเรา หะๆๆๆๆ
ไปพิมพ์งานต่อดีกว่า ใกล้เสร็จละ จะได้ไปนอนไกลๆ จากคอมพิวเตอร์
สุขสันต์วันลอยกระทง
ปล.ยืดอกพกถุง
(อ้าว เห็นเค้าว่า เรตการมีเพศสัมพันธ์มีสูงในวันนี้ มะใช่หรอ?)
*
เฮ้ย วันก่อน... (เออ ขอเล่าอีกหน่อย)
เปืดทีวีปร๊าดผ่านไปเจอรายการผู้หญิงถึงผู้หญิง กาละแมกำลังเล่าเรื่องอะไรก็ไม่รู้ แล้วชีก็พูดว่า "อย่ายืดอกพกถุงดีกว่า"
ก็งง และอึ้งไปซักแป๊บนึง
แล้วเค้าก็เล่าต่อประมาณว่าเค้ากำลังเล่าเรื่องสถิติการมีเพศสัมพันธ์หรืออะไรซักอย่าง
แล้วก็พูดประมาณว่า ให้มีเพศสัมพันธ์ในเวลาอันสมควร ให้พกถุงยางเมื่อถึงเวลาดีกว่า
........รวมๆ แล้วประมาณว่า ก็ไม่ได้แนะให้เด็กมีเพศสัมพันธ์ เมื่อยังไม่ถึงเวลาอันควร ก็เลยไม่สนับสนุนไอคคำว่ายืดอกพกถุง เพราะมันจะทำให้เกิดความคิดที่ว่ามีเพศสัมพันธ์ได้ ยืดเลย พกๆไว้ แล้วยืดได้ ไม่ต้องอายใคร
แต่คือ.....ฟังไป แล้วก็งงว่า ตกลงไอโฆษณานี้มันผิดที่ใคร
เราว่า ความเสี่ยงของโฆษณานี้อยู่ที่ความกำกวม
เค้าบอกให้ยืดอก พกถุง(ยาง) เพราะว่า อย่างน้อยถ้าวัยรุ่นสมัยนี้มีเพศสัมพันธ์ ก็ให้รู้จักพกถุงยาง เวลาไปซื้อใช้ หรือพบหมออะไรก็อย่าไปอาย เพราะความอาย ก็อาจเป็นตัวการร้านทำให้เกิดโรคติดต่อทางเพศ
คือเนี่ย....คือสิ่งที่เราเข้าใจว่าโฆษณาพยายามบอก
แต่เราว่า เค้าไม่ได้บอกให้ภูมิใจที่ตัวเองมีเพศสัมพันธ์ แล้วก็เอาถุงยางติดเข็มกลัดไว้ที่ชายเสื้อไรงั้นซะหน่อย
ภาษาไทยมันกำกวม และคนไทยก็ไม่ค่อยใส่ใจข้อมูงง่ายๆ ตรงไปตรงมา ต้องหาลูกเล่นมาดึงดูดความสนใจให้จำ
พอจำปุ๊บ เสือกแปลความหมายผิด........ห่าจิก เอาใจยากจัง
แต่ก็นะ เจตนาของคุณกาละแมหน่ะดี โฆษณาก็มีจุดประสงค์ดี
แต่ไอการแปลความหมายของคนแต่ละคน มันก็ต่างๆ กันไปแหละมั้ง
แย่จัง....เรื่องแบบนี้มีแต่ต้องใช้วิทจารณญาน (เขียนไงวะ?)
ปล. (จริงๆ) ทีมงานรายการใดๆ กรุณาอย่าเข้ามาด่าอะไรฉันอีก........ไปผลิตรายการเถิด สเปซฉันก็ไม่ได้มีคนอ่านเยอะขนาดนั้น สาธุ 11月19日 that time of the monthHave you ever felt like you are alone in this world?
It is a phase. I'm sure people feel that all the time.
But what if I am literally alone?
No one who actually cares, who will try their hardest for me...
who will want to listen regardless-ly.
I'm sick with whining, rambling, and all the crying craps.
I dont think there will be anyone who will get it and truly gives shit about my silence.
I quit. 11月15日 no star in my sky tonight.cloudy dark sky, with no star. No sign.
It was not my doing. But they said it was a lie.
They said I faked plane into starlight.
I was sure I never did. I loved my stars so do theirs twinkling light.
They insist I did and I should accept it.
I got anxious. Not that I faked it but I could not take the pressure.
I got confused. I got tears.
I only wanted to see my stars. I waited, inmy place, staring.
I did not know what to do. They kept pushing.
Tears ran down my cheeks.
tormenting.
I gave up. I walked away.
There is no star tonight.
Only the dark cloudy sky and the faux starlight.
11月8日 บริบทของฉัน"คน น่ะ มันนิสัยดีนะ แต่พอไปอยู่รวมๆ กัน ในสิ่งแวดล้อมแบบนึง แม่งก็เลยเหี้ยเลย" --- เพื่อนกู
จริงเนอะ.....
การอยู่ในสังคมมันคงยาก
การเลือกบทบาทที่เราจะเป็น การเลือกไว้ใจคน การตัดสินใจใดๆ
โลกเรามันไม่ได้แย่
ชีวิตคนมันก็ไม่แย่
แต่สิ่งที่เราเลือกทำ และคนที่เราเลือกสุงสิง และบริบทสังคมต่างๆ
มันก็อาจทำให้เกิดเรื่องแย่ๆ ได้
ยากเนอะ. 11月3日 in hope..I thought, I blinked, I pondered..
How I was, How I am, How I will be.
Before you,
Life was different.
But it was me.... just the side you dont usually get to see.
You may doubt if I have forced myself.
But this is only the side you did not see.
I am not trying to be anything for you,
There is no use in it. neither for you, nor me.
I am what I am,
just trying to be the best for you...
and for me.
11月1日 มื้อกลางวัน = กาแฟตอนเช้า
รีบออกจากบ้าน แล้วหยิบไวตามิ้ลค์มาหนึ่งกล่อง กับบัตเตอร์โรลอีกหนึ่งอัน
บัตเตอร์โรลอ้วนมาก ใช้เวลากินบนรถระหว่างบ้านมาถึงปากซอยไม่พอ
ยืนรอรถเมล์ก็เลยพยายามกินให้หมดๆ แทบจุก
รู้สึกเหมือนเด็กประถม ยืนกินอาหารในที่สาธารณะอย่างไม่อายใคร
(แต่กูอายประชาชีมากๆ ตอนนั้น)
มาถึงออฟฟิศอย่างรวดเร็ว 8 โมงครึ่ง
จะขึ้นมอ'ไซค์รับจ้าง --- มีแต่แบงค์ร้อย กลัวมอไซค์ด่าพ่อ
เดินเอาก็ได้วะ แต่หนาวจางงงงง~
ตลอดทางเดินมา หิว และอยากอ้วก
ไออาการตื่นเช้ามาแล้วอยากอ้วก นี่เริ่มเป็นมาตั้งแต่ออกจากโรงบาล
เป็นทุกเช้า - ปวดหัว ไข้ต่ำ คลื่นไส้
ไม่รู้เป็นไข้ป่า หรือว่าแพ้ท้อง =='
นั่งทำงาน แอ๊บสบายดี แต่หิวแสดดดด
อยากกินโบโลน่า หมูพริก เพราะรู้ว่าเป้นอย่างเดียวที่กินได้
เซเว่นใต้ตึกก็เจือกจะไม่มีขาย
นั่งมองไวตามิ้ลค์อย่างพะอืดพะอม --- ถ้ากินเข้าไปคงมีอ้วกพุ่งกันออกมา
10 โมงเช้า พี่บีมาถึงพร้อมข้าวมันไก่หลายห่อ ที่พี่เค้าอุตส่าห์ไปรอคิวซื้อมาเมื่อเช้า
ด้วยจะอ้วก และต้องการของคาวมาดับอารมณ์คลื่นไส้ เลยขออนุญาตกินข้าวมันไก่ ก่อนมื้อกลางวัน
กินหมดห่อ - ไม่หายคลื่นไส้ แทบอิ่มเกินปกติ พุงหลามเหมือนกินวัวไปสามตัว
11 โมงครึ่ง นัดตี๋เจอที่โอบองแปงตรงสีลม
รีบทำงาน (ที่ไม่ค่อยมี) แล้วเดินชิ่งออกมา
เดินจากตึก เลียบถนนไปโอบองแปง (ไม่มีเศษตังค์ขึ้นมอไซค์ตามเคย)
ไปถึงร้าน ตี๋ทำหน้าร่าเริง อวดของที่ซื้อมาใหม่ --- เป็นเครื่อง MP4 ที่เค้าลดกระหน่ำที่งานคอมมาร์ท
ตี๋รีบตื่นแต่เช้าไปเข้าแถวซื้อที่ศูนย์สิริกิติ์ นี่ตี๋แกได้ซื้อเป็นเครื่องสุดท้ายของรอบเช้าเลยทีเดียว --- เนิร์ดมากๆ แฟนกู
เห็นหน้าตี๋แล้วหายคลื่นไส้เรยยยยย แถมตี๋ตัวอุ่น หายหนาวอีกตะหากกกกก (^^)
เดินกลับจากโอบองแปง ตี๋มาโอนเงินให้เพื่อน
เดินไปส่งตี๋ แล้วกลับมาซื้อกาแฟ กินแทนข้าวกลางวัน
ไม่รู้คิดอะไรอยู่ กินกาแฟแทนข้าวกลางวัน --- กาแฟออกฤทธิ์ทันที
ใจเต้นแรง คึกเกินขนาด หัวโล่งๆ วิ้งๆ จับความคิดไม่ได้ คิดหลายอย่างพร้อมกัน
พยายามมีสมาธิ เลยเลือกอัพสเปซ เอนทรี่ข้างล่าง
อีเดียดตัวเอง เลยขีดฆ่าแม่งซะ เขียนไร อ่านไม่รู้เรื่องเลย เพ้อมากๆ
งานไม่มีให้ทำ เลยย้ายโต๊ะทำงานซะ
ย้ายมาฝั่งอากาศอบอุ่น จะได้ไม่ต้องหนาว เป็นไข้ บ่อยๆ อีกต่อไป
ย้ายโต๊ะอย่างคึก - โต๊ะใหญ่กว่าเดิม กว้างเกินไป ไม่คุ้น ไม่ชินกับการใช้งาน
นั่งไปได้ 1 ชั่วโมง --- ทำไมมันหนาววะ...นี่กูย้ายมาทำไม =='
ยังไม่มีงานทำเหมือนเดิม....
ยังปวดหัวหน่อยๆ รู้สึกว่างั่งมาก ที่ตัดสินใจกินกาแฟ
หนาวด้วย
มีคนติดต่องานฝิ่นเข้ามาเยอะ ไม่รู้จะมีรายได้พอไปเที่ยวออสเตรเลียรึเปล่า
แค่ค่าทำวีซ่า คงต้องใช้รายได้จากหลายงานเหมือนกัน --- จนจังเรา (T^T) *น้ำตาไหลพรากกกกกก
สิ้นตุลา เหมือนจะสิ้นใจ เดือนที่แล้วมีเหตุเยอะมากมาย ทำให้วันแรกของพฤศจิกาต้องอัพกาแฟเพื่อลืมมันกันเลยทีเดียว วันนี้ที่ออฟฟิศก็ดูทุกคนว่างมากๆ แต่งตัวตามสบายมากๆ เลยทำให้รู้สึกว่า เอ...วันนี้วันศุกร์ป่าววะ
เบื่อจัง....ไม่มีงานทำ นอย~ เมื่อตุลาที่เพิ่งผ่านพ้นไป ก็มีเหตุการณ์ระทึกขวัญที่ถึงกะทำให้ชีวิตฉันสั่นคลอน --- หัวหน้าลาออก
เอ๊า หัวหน้าลาออก แล้วกูทำงานยังไงเนี่ย ไม่เคยต้องทำงานผ่านคนอื่นเลย แล้วก็ไม่เคยมีใครมาเทรนงานฉันนอกจากเจ๊แกด้วย
ซวยล่ะ กูจะอยู่อย่างไร
พาลให้นี่ต้องกลับมานั่งคิดเรื่องอนาคตการงานอีกรอบ....เฮ้อ~ยังไม่ทันจะครึ่งปีเลย หลังจากหัวหน้าออกไปกะทันแหนเมื่อกลางเดือน
เมื่อวานสิ้นเดือนปุ๊บ พี่ที่บริษัทอีกคนก็ลาออกทันที
เอ๊า!!!! หยั่งกะเป็นโรคห่า ติดต่อกันรวดเร็วขนาดดด
แล้วหยั่งงี้ ฉันจะทำยังไงต่อละเนี่ย~ เฮือกกก!!! |
|
|