| Pam 的个人资料. w a n d e r i n g p a ...照片日志列表 | 帮助 |
|
12月30日 จะปีใหม่แล้วนะฤดูเทศกาล ควรจะปรับโหมดตัวเองให้เป็น เฮฮาโหมด
แต่ตอนนี้กูอยู่ใน "ป่วยโหมด"
แม่งอยู่ดีๆ ก็ป่วย.....งงมาก
เกลียดมาก ไอโรคขี้แพ้ แพ้ฝุ่น แพ้อากาศบ้าบอ
หายใจเข้าไม่ได้เลย มีอันน้ำมูกย้อย อาการหนักหน่อย จะพาลไข้ขึ้นเหมือนวินาทีนี้
เซ็งจริงๆ
นี่พรุ่งนี้ไอเมมันจะไปหาไอปุ้ยที่ออส.......
ตามประสาคนจน กูก็ขอเฝ้าประเทศอยู่อย่างนี้ รอมึงกลับมาละกันนะปุ้ย
คิดถึงมึงเหมือนกัน
ที่นี่อะไรๆ ก็เปลี่ยนไป อย่าว่าแต่มึงที่เปลี่ยนไปตามใจสามี กูก็ขี้แพ้ แล้วก็เป็นแบบเดียวกะมึงเลย
แต่วินาทีนี้ถอดใจ ใครอยากเอาอะไรจากกูไป ก็เอาไปเลย.........หมดกำลังใจในการดำรงชีวิต ณ เวลาสิ้นปี
ก่อนมาอัพวันนี้ ปรายตาไปเห็นเอนทรี่ที่แล้ว แล้วน้ำตาจะไหล
ไม่กี่วันก่อนกูยังไม่ป่วย และดูมีความสุขอยู่เลย
ทำไมวันนี้ป่วย และไม่ค่อยมีความสุขซะแล้ว........อารมณ์แปรปรวนจริงๆ
ส่งท้ายปีเก่าปีนี้ ก็คงไม่ได้ทำอะไรเช่นเคย
เราช่างเป็นคนไม่อินกับเทศกาลใดๆ เอาซะเลย
กะว่าจะนอนกลิ้งอยู่บ้าน แล้วก็กดทีวีเปลี่ยนช่องเรื่อยๆ เหมือนที่ทำทุกปี
แล้วก็บอกตัวเองว่า "ก็แค่วันอีกวัน ตื่นเต้นไรกันวะ" --- ประชดโลกจริงๆ 55555+
รุ่นพี่ที่เคยทำงานด้วยกันลาออกจากที่ทำงาน --- และจะไปนั่งเค้าท์ดาวน์ที่เชียงใหม่
อิจฉาข้อ 1. พี่เค้าลาออกจากงาน ได้มากลิง้เล่นตามใจชอบ
อิจฉาข้อ 2. พี่เค้าอยู่เชียงใหม่
ทะไมเรามันงี่เง่า ต้องมานั่งอยู่ที่บ้าน ทั้งๆ ที่อยากไปทำตามใจตัวเองด้วยวะ....เซ็ง
พรุ่งนี้เช้าที่บ้านทำบุญประจำปี
ต้องเจอคนมากหน้าหลายตา --- ในเวลาที่กูไม่อยากเจอใครเลย ทำไงดี?
จะขึ้นปีใหม่ คงต้องเริ่มตั้ง new year resolution อีกแล้ว
ไอปีที่ผ่านๆ มา นี่ได้ทำอะไรตามที่วางแผนไว้ป่าววะ
1 ปีผ่านไป แม่งไวเอาซะมากๆ
ตั้งแต่เกิดมา แล้วเคยรู้สึกเสียใจ ไม่เคยรู้สึกเสียศักดิ์ศรีเท่าหลายๆเหตุการณ์ที่เกิดในปีนี้
รู้สึกว่าสิ่งที่ทำไป มันช่างไร้ค่า ไม่รู้จะทำไปทำไม ทำร้ายตัวเองชัดๆ
ไอที่เคยเขียนว่า ชินชา ไร้ความรู้สึก มาเจอรอบนี้ เอารถแทรกเตอร์มาทับกู กูยังไม่รุ้สึกอะไรเลย
เห้ย แฟน หรือว่าวิธีหนีปัญหาแบบมึง จะเวิร์คกว่า ความพยายามแบบกูวะ
แม่ง เสียใจสัด
กูว่ามึงควรจะรีบกลับมาช่วยชีวิตกูได้แล้วหล่ะแฟน
โคม่าสุดๆ
12月26日 very xmasไม่เคยมีวันคริสมาสต์จริงจังมาก่อนในชีวิต
ไม่เคยใส่ใจว่ามันคือวันคริสมาสต์ (อันนี้ไม่นับตอนอยู่เม'กา)
แต่วันคริสมาสต์ปีนี้ เริ่มวินาทีแรกของวันที่ 25 โดยการไปโบสถ์อัสสัมชัญกับตี๋
รู้สึกตัวเองอยู่ผิดที่เล็กๆ แต่ก็รู้สึกตื่นตาตื่นใจพอสมควร
นั่งอยู่ในโบสถ์ 2 ชั่วโมงเต็มๆ รู้สึกหายใจไม่ออก และง่วงหน่อยๆ แต่ไม่ได้รู้สึกว่ามันนานมากขนาดนั้นเลย
เป็นการทำพิธีที่น่ารักมาก
ตอนหลังมีแจกรางวัลด้วยหล่ะ แล้วแบบ....รางวัลมีตุ๊กตาคิตตี้ตัวเบ้อเริ่ม ที่รู้สึกว่าทุกคนอยากได้ หะๆๆๆ
กลับจากโบสถ์กว่าจะถึงบ้านก็หลายตีแล้ว
สลึมสลือ สลึมสลือ
ง่วงสิ้นสติ รีบอาบน้ำ แล้วนอน
รู้สึกตัวตื่นอีกที ก็เที่ยงแว้วววว
นั่งทำงานทั้งวัน
เดี๋ญวนี้รู้สึกว่าการนั่งหน้าคอมมากๆ ทำให้ป่วย
เบลอ และรังเกียจคอมพิวเตอร์และ microsoft outlook มากๆ
ตอนบ่ายๆ ไอเมชวนไปเจอตอย แม่งบอกว่า "บายตอย"
ไอเราก็นึกว่า บ๊ายบาย แบบแม่งไปเรียนต่อ ไรงั้น
แต่แม่ง บายตอย แปลว่า จัดโดยตอย
คือรอบนี้ไปเจอกันเพราะฉลองไอตอยเรียนจบ 555555
ไม่เป็นไร เป็นเรื่องน่ายินดีเช่นกัน หะๆๆๆ
ออกมาเจอตี๋ ก่อนไปเจอสาวๆ
นั่งโอบองแปง คุยกันไปมา เจอคนรู้จักไปหลายเลยทีเดียว
ร้านโอบองแปงนี่เป็นร้านที่ได้โลเคชั่นโคตรดี ไม่รู้จะเวิร์ครึเปล่า
แต่ถ้าเป็นสตาร์บัค คนคงตรึม
พอถึงเวลา ตี๋ก็ว่าจะกลับบ้าน เลยแยกกัน ไอเราก็เลยเดินผ่านคนเรือนแสนไปเซนทรัลเวิร์ล
ไปถึงเห็นบอกว่าให้ไปเจอลานเบียร์ ปรากฎลานเบียร์คนเป็นล้าน
เลยต้องมานั่ง wine garden เช่นเดิม
นั่งคุย เดินดูคน ลานเซนทรัลเวิร์ลแม่งคนเป็นล้าน คือจะมาถ่ายรูปอะไรกัน แม่งไม่มีที่ให้ยืนแล้ว --- กูจะบ้า
ตอนจะกลับบ้าน ก็เดินดูคนถ่ายรุปไปเรื่อยๆ อะไรมันจะฮิตถ่ายรูปกันขนาดนี้ มิน่าตี๋มีตังค์เยอะ
ช่างถ่ายรูปนี่เป็นอาชีพที่เหมาะกับเมืองไทยจริงๆ
เดินจากเซนทรัลเวิร์ล กลับมาสยาม (แม่งไม่มีรถ แทกซี่ก็เรียกยาก เกือบฆ่าคนที่เดินมาชนกรูแว้วววว)
เดินมาถึงสยามก็มีไอตลาดนัดทางเดินข้างๆ ทำให้การจราจรลำบากขึ้นไปอีก
อึดอัด ร๊อนนนนนน~
ช่างเป็นคริสมาสต์ที่อบอุ่นจริงๆ ทั้งคนเรือนแสน และไฟประดับที่เพิ่มอุณหภูมิ
อากาศแม่งแปรปรวนมาก ได้ข่าวว่าออสเตรเลียยังไม่อุ่นเลย แถมไอตอยบอก พม่าแม่งหิมะตก --- ไปกันใหญ่แว้วววววว!!!!!!
สุดท้ายก็กลับมาถึงบ้านโดยสวัสดิภาพจากสยาม-พุทธมณฑลสาย2 ภายในเวลา 20 นาที
ไม่รู้ลุงแทกซี่จะรีบกลับไปหาเมียหรืออย่างไร
พิมพ์อยู่นี่ ตอนนี้ก็เที่ยงคืนยี่สิบแล้ว --- ยังไม่ง่วงเรย --- ไม่น่ากินกาแฟเรยกู รู้เท่าไม่ถึงการจริงๆ
เร็วๆ นี้คงต้องเขียน new year resolution แล้วหล่ะ
ไม่รู้ว่าจะเวิร์ครึเปล่าเนอะ
ยังไงก็ MERRY XMAS น๊า :)
12月24日 อุปสรรคที่ปฏิเสธจะข้ามไปอุปสรรค ที่เราไม่แข็งใจพอที่จะข้าม เป็นตัวบ่งชี้ให้เห็นว่าสิ่งที่ทำอยู่ ไม่ใช่สิ่งที่ค้นหารึเปล่า?
หรือว่ากูแค่ขี้แพ้ และดื้อด้าน
เลือก "ความก้าวหน้า" ดีกว่าทำสิ่งที่เรารักรึเปล่า
ถ้าการเลือกทำสิ่งที่เรารัก แล้วโดนคนตัดสิน......จะทำแม่งดีรึเปล่า
เวลาเหนื่อยๆ มาเจอเรื่องงี่เง่าอีก ก็ยิ่งเหนื่อยเพิ่ม
การต้องรับผิดชอบอะไรที่ไม่อยากทำ.....มันสนุกตรงไหน
นี่ควรโทษคนอื่น หรือควรโทษตัวเอง....
เบื่อ เหนื่อย เสียใจ
อยากเต้น T^T 12月18日 เอาให้ตายหลังจากที่เมื่อวันก่อนครวญครางปานหมาป่วย
มาถึงวันนี้ ก็ซัดดูหนังไปสองเรื่องติดแร้น
ยะฮู้วววววววววววววววว~~~~
เมื่อวานระหว่างรอไปกินข้าวกับตี๋ ก็ไปฆ่าเวลาโดยดู The Golden Compass --- ใช้เวลาให้คุ้มค่าที่สุด
ดูคนเดียว ตามแพทเทิร์น ~ นานแค่ไหนแล้วหว่าที่ไม่ได้ดูหนังคนเดียว งึมๆๆ
ไม่ได้คาดหวังกับหนังอะไรมาก เลยไม่ได้ผิดหวังมากเช่นกัน
หนังสร้างได้ไม่ดีเท่ากับหนังสือ แต่ฉากเด่นๆ ของเรื่อง ลุงสปีลเบิร์ก (ใช่ป่ะ?) ก็ไม่ได้พลาดไป
ความเด่นของตัวละครหลายตัวยังไม่ขัดนัก คงเพราะเวลาจำกัด ต้องอัดทุกอย่างให้อยู่ภายในครึ่งชั่วโมง
แต่ว่าหมีนักรบพวกนั้น ก็คำรามกันหนวกหูดีนะ ชอบจริงๆ
ในหนังสือบู๊ล้างผลาญ ดราม่า น้ำตาร่วงกว่านี้เยอะ
ตอนจบทำได้ไม่ดี อยู่ดีๆ ก็เบลอจบไป ในหนังสือมันยังมะจบเยย T^T
ก็ทำออกมาเป็นหนังสำหรับเด็กได้ดี แต่ทว่าเนื้อหน้าหนังสือจริงๆ มันไม่ค่อยเด็กเท่าไหร่ ออกจะดุเดือดกว่านี้หน่อย
แต่เอาเหิด แค่มีหนังออกมาได้เห็นเป็นตัวตนมากกว่าจินตนาการ ก็เจ๋งแล้ว *โอ๊ทสสสส!!!
มาวันนี้ พอกลับมาบ้าน นั้งกินข้าวได้แว้บนึง องค์ก็ลงพี่น้องสองคน ชวนกันไปดู I am legend ซะงั้น
ความบ้าจี้ (ไม่สำเหนียกว่ามีงานต้องทำ) ของทั้งสองก็พากันแจ้นออกจากบ้าน รีบไปดูหนังรอบสามทุ่ม
เข้าไปช้าติ๊ดนึง เพราะรอบในเนต กะรอบที่ฉายจริงแม่งดันไม่เหมือนกัน *ปั๊ดดด
หนังสนุกดี วิล สมิธ ก็ได้รับบทเท่ๆ ตามเคย
หนังทั้งกดดัน ทั้งสะเทือนใจ เล่นเอาน้ำตาร่วงอาบแก้ม
แต่คือฉันหน่ะ เกลียดซอมบี้ มันช่างเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ารังเกียจจริงๆ
ผีบ้าที่ไหน จะทำอะไรมีสติสัมปชัญญะขนาดนั้น มันเป็นไป บ่ ด๊ายยยยย
โอเค ตั้งสติ กลับมาที่หนัง --- หนังสนุกดี แนะนำว่าไปดูกัน หมาน่ารัก หนังกระชากใจ บทค่อนข้างแปลกใหม่ ควรค่าแก่การเสียตังค์!
แต่ว่ารอบนี้พี่ชายฉันเลี้ยงหล่ะ ขอบคุณก๊าบบบบบบ (-/\-)
รีบๆ มาอัพไว้ ก่อนที่ทิ้งไว้นานจะหมดอารมณ์ ถ้านึกอะไรได้ แล้วจะมาเขียนเพิ่ม
ราตรีสวัสดิ์
12月15日 อยากดูหนังอยากดูหนัง....
หลังจากเรื่องสุดท้าย "รักแห่งสยาม" ที่ไปดูมาเพื่อเพิ่มความอินเทรนด์ของตัวเอง --- จนบัดนี้ก็ยังไม่ได้ดู Golden Compass ที่หมายมั่นจะไปดูตั้งแต่หนังยังไม่สร้าง
จังหวะไม่ดี เวลาไม่เหมาะ
ระหว่างรอไปดู อภินิหารเข็มทิศทองคำ ก็มีหนังประโคมกันเข้าโรงอย่างไม่หยุดหย่อน ทั้งที่น่าดูและไม่น่าดูเอาซะเลย
อยากดูทุกเรื่องที่ฉายที่ House เมื่อเดือนที่แล้ว - อด ไกลบ้าน
อยากดู 2 Days in Paris 3 - อด ไม่ว่าง และไม่มีใครอยากให้หนูเดินผ่านตีนในสกาลา
อยากดู The Legend - ที่แม่งเพิ่งเข้า แต่ว่าไอท่านพี่มันดั๊นไปดูกะไอต่ายก่อนซะละ อ้าว...นึกว่าจะรอกู
อยากดูโน่น อยากดูนี่ อยากดูนั่น
ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ที่กูเลิกดูหนังเดือนละ 3-5 เรื่อง
ไหนๆ ก็พูดถึงหนังเรื่องสุดท้ายที่ไปดูมา "รักแห่งสยาม"
ไอต่ายเรีบกร้องให้วิจารณ์
เรียกว่าเล่าความรู้สึกของฉันละกันนะ ถ้าบอกว่าวิจารณ์ เดี๋ยวตูต้องโดนเจ้าของหนัง หรือผู้ร่วมงานมาด่าอีกแน่เรย (T^T)
ต่อไปนี้จะสปอยล์ ป่านนี้แล้ว ใครยังไม่ได้ดูหนัง ก็รีบไปดู แล้วค่อยกลับมานละกัน
คือก่อนไปดูหนังเนี่ย ก็ได้ยินมาแว่วๆ แล้วล่ะว่าเป็นเพื่อนกูรักมึงเวอร์ชั่นเด็ก
เตรียมใจไว้ประมาณหนึ่ง
แต่ไม่ได้เตรียมใจไว้ประมาณที่หนังนำเสนอ
หรือประมาณที่มันจะจูบปากกันอย่างดื่มดูด
เนื้อหาหนังก็ใสๆ แต่เราว่าเด็กผู้ชายสองคนมันแข็งทื่อไปหน่อย ตัวประกอบยังเล่นได้ใจกว่าอีก
หรือว่าผู้กำกับต้องการให้อาการแข็งทื่อ สื่อถึงความไม่แน่ใจในเพศของเจ้าทั้งสอง???
แต่ไม่ว่าน้องทั้งคู่จะเล่นทื่อมะลื่อแค่ไหน แต่ความตาหวานใสของ"นางเอก" (เด็กทีร้องเพลงมันชื่อไรฟระ?)
ทำให้กำแพงใจน้องมาริโอ้หลอมละลาย ยามมองตากัน และก่อนจะดูดวิญญานกัน มันช่างเหมือนจริง จนกูแทบเดินออกจากโรงหนัง (T^T) ทำร้ายจิตใจมากๆ
นี่ไม่ได้ชอบนักแสดงเป็นการส่วนตัวอะไร แต่ฉันทำใจไม่ได้จริงๆ
นี่มันหนังรักโรแมนติค แต่ทำไมคนในโรงฮาครืน ตอนน้องเค้าหวานชื่นกันล่ะ ทำร้ายจิตใจจริงๆ (=..=')
สำหรับน้องผู้หญิงที่สวยๆจัดๆดูเลือกได้ ที่เป็นแฟนน้องมาริโอ้ในเรื่อง คือไม่รู้จะโปรโมทน้องเค้าทำไม น้องเค้าออกมาไม่เกิน 5 ฉาก (มั้ง - แค่รู้ว่าน้อยมาก)
แต่ยอมรับในการแสดงเลย เพราะน้องแกแสดงอาการไฮโซ น่ารำคาญได้เต็มกำลัง
ส่วนคนที่ได้ใจไปเต็มๆ ก็ต้องเป็นสาวข้างบ้าน ที่แอบรักตุ๊ด
ได้ใจมาก เล่นดีสุดๆ โคตรอิน ไม่เฟคเลย ยิ่งตอนคว้ามือมาริโอ้มาจับนม --- โฮ๊ววววววววววว หน้ามุ่งมั่นมาก กูอึ้งไปเลย
ผู้กำกับคิดบทนี้ได้ไง...ชอคซีนีม่าจริงๆ
ส่วนไฮไลท์ที่ดีเลิศที่สุดของเรื่อง คงเป็นอะไรอื่นไม่ได้นอกจาก คุณสินจัย และ คุณกบ ทรงสิทธ์
เป็นนักแสดงที่เล่นบทดราม่าหนักๆ ได้ดีมั่ก ถ้าเล่นหนังตลก คงไม่ค่อยเวิร์คป่ะ?
สินจัย ออกมาฉากไหน รู้สึกอึดอัดตามตลอดเวลา
ส่วนพลอย ชะแมว ก็เบลอๆไป เล่นบท "ดูแลศิลปิน" ได้ไม่เนียนเท่าไหร่ (ต้องให้ไอเมมาเล่น 5555)
แต่เค้าก็สวย น่ารักตามเรื่อง
รวมๆ แล้ว ก็เฉยๆแฮะ เราว่าบทหนังมันดี ประเด็นที่อยากนำเสนอก็ดี แต่ยังไม่ชัดเท่าที่มันดูเกย์ๆ
แต่ว่าพอหนังตัวอย่างมันบอกว่าหนังรักวัยรุ่น แล้วดันกลายมาเป็น หนังเกย์รุ่นเยาว์ คนก็เลยนอยๆ กันไป
แต่แปลกแฮะ มีคนที่ชอบหนังเรื่องนี้ และกลับไปดูหลายๆ ครั้งก็เยอะเหมือนกัน
ก็คงไม่ถึงกับเป็นหนังยอดเยี่ยมแห่งปี แต่ไปดูเอาสะใจ ไปดูเด็กผู้ชายหน้าตาดีสองคนประกบปากกัน (=..=')
พอละ....ต้องไปทำงานทำการ
12月6日 แฟนถึง แฟน
ชีวิตกูมันเหี้ยจริงๆ เวลาไม่มีมึงอยู่ ชวนตลกแดก
กูมีงานทำใหม่แล้วหว่ะ ออฟฟิศแม่งเหมือนคุกน้อยๆ แต่เปลี่ยนจากลูกกรง เป็นกระจก พร้อมติดแอร์ และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์สุดแสนทันสมัย
เนื้อหางานก็เหมือนที่เดิมแหละ ไม่ได้ดูสนุกสนานอะไร แต่ก็ได้ความรู้ เพิ่มรอยหยักสมองกู จะได้ไม่โง่ โดนคนอื่นด่าอยู่ทุกวัน
จนแล้วจนรอด กูก็ไม่ได้เต้นซะทีน่ะนะ.........ก็ไม่ได้อะไร ทำไรได้ก็ทำ
ห่าจิก โคตรอยากไปอยู่กะมึงเลยหว่ะ --- แย่จัง กูไม่มีเงิน (==')
อยากไปนั่งตรงน้ำพุพารากอน นั่งหายใจทิ้งขว้าง นั่งดูชาวบ้านเดินไปเดินมา
กูว่ามึงเป็นคนเดียวที่พอจะเกตกูบ้าง แล้วดูท่าทางมึงน่าจะเป็นห่วงกูบ้าง ซักจึ๋งนึง --- เศร้าจริงๆ
เออ เหี้ย ไม่รู้ว่ะ หรือใครๆ ก็รักตัวเองมากที่สุดมั้งวะ
กูต้องทำไงวะ แฟน
มึงว่า การเลี่ยงไม่พูดความจริง โดยพูดอะไรที่ถนอมน้ำใจ -- แต่ว่ามันไม่จริง --- แม่งดีกว่าพูดความจริงป่ะวะ งงมั้ยวะ...กูงงหน่อยๆ
มึงว่าการที่เรานั่งเม้าท์คนเดินผ่านไปมา มันแปลว่า พวกเราจิตใจต่ำทรามป่าววะ? กูเข้าใจว่า เราคุยกันตลกๆ เท่านั้นเอง
มึงว่ากูตลกป่าววะ?? เดี๋ยวนี้กูไม่ตลกเลย น้ำตาไหลพราก หยั่งกะน้ำตกไนแองการ่า
ที่มึงเคยว่าว่ากูเท่ห์ เดี่ยวนี้ไม่เท่ห์เลยว่ะ ตุ๊ดเหี้ยๆ ตุ๊ดขนาดที่ว่ามึงไม่เคยได้กินเหล้ากะกูอีกเลยน่ะ อย่างที่ไอเพชรเคยชมว่า "ไม่ใจเลยหว่า~"
ไอโย แม่งเคยบอกว่ากูเพี้ยนมาก เดี๋ยวนี้กูก็ไม่ค่อยเพี้ยนนะแฟน อยู่ในกรอบศีลธรรมจรรยา เรียบร้อยเหมือนผ้าอัดกลีบ
มึงว่า กูเป็นคนแบบที่เค้าว่า "ดี" หรือว่ากูเป็นคนที่ไม่มีใครรัก แต่ไม่เครียด และตลกดีวะ?
กูเลือกไม่ได้เลย กูอยากเป็นทั้งสองอย่างพร้อมๆ กัน
เพื่อนกูเคยบอกว่า เวลากูเศร้า กูจะเปล่งออร่า และพาลทำให้เพื่อนๆ เศร้าหมองกันไปทั้งกลุ่ม
กูว่าเดี๋ยวนี้คงไม่มีแล้วมั้ง เวลากูเศร้า ก็ไม่ได้มีใครสนใจเท่าไหร่นัก....
กูเดาๆ ว่า มันเป้นแค่เพราะ เพื่อนกูมันแคร์ว่ากูเศร้าอยู่ เลยพาลเศร้าตามให้อินเทรนด์
พอเดี๋ยวนี้กูเศร้า คนอื่นเค้าไม่ได้แคร์เหี้ยอะไรมาก เค้าเลยร่าเริงอยู่ได้...
ก็ดีนะ กูก็ไม่ค่อยชอบให้คนอื่นมาเดือดร้อนเพราะกูเท่าใดนัก
กูไปค้นเจอไดอะรี่ที่เคยเขียนๆ ไว้ยามว่างจัด และยามไม่มีคนคุยด้วย
มีพวกตั๋วหนังรอบดูฟรี และกิจกรรมโคตรฟรีทั้งหลายที่มึงชอบชวนไป อยู่อัดแน่น ทำให้ไดอะรี่กูอ้วนบวม
เดี๋ยวนี้ ไม่ค่อยมีกิจกรรมฟรีให้ไปเลยหว่ะแฟน ด้วย มึงไม่อยู่ และกูมีคนหารชีวิตด้วย กูเลยต้องใส่ใจเค้ามากกว่ามึงนิดนึง
แต่เดี๋ยวเค้าก็คงไม่อยากหารชีวิตกะกูแล้วหล่ะ มึงกลับมาดิ อยากดูคอนเสิร์ตฟรี (T^T)
กูชอบคิดว่า ชาวบ้านเค้าเกลียดกู แต่เท่าๆ ที่ฟังมาจากปากชาวบ้าน เค้าก็มักจะบอกว่า "บ้า คิดมากไปป่าว"
กูละรู้สึกตื้นตัน เวลาชาวบ้านเค้าบอกว่า เค้าออกจะชื่นชมกูด้วยซ้ำไป....
แปลกมั้ยวะ ที่คนเราไม่สามารถอ่านใจ หรือเข้าใจใครได้เสมอไป
มันมีแต่ตัวเราเองมั้ง ที่บอกตัวเองว่าอยากจะคิดอะไร
สงสัยพระเจ้าจะลงโทษหว่ะแฟน
กรรมติดเจ็ทอย่างที่เค้าว่าจริงๆ *พยักหน้าหงึกๆ
เฮ้อ...คิดถึง มึงหว่ะ...........
กูแม่งโคตรเหงา อย่างไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว (T^T) *สะอื้นไห้
12月5日 ปาร์ตี้บ้านต้อม |
|
|