Pam 的个人资料. w a n d e r i n g p a ...照片日志列表 工具 帮助

日志


4月28日

เช้า-เช้า

 
 
ตื่นมา ตอนตี 5 ก่าๆ
ตื่นมาทำเพื่อออ~ (T^T)
 
 
ตื่นมาเพราะปวดฉี่ อีก 5 วิได้ยินเสียงมาสสาจ - อดใจไม่ไปกดดู
เอ๊ แต่ว่าทะไมมันร้อนจังว๊า~ แถมมีเสียงรัวกลองกัมปนาทอยู่หน้าประตูบ้าน
เหี้ยนนนน นอนไม่หลับโว้ยยยยย!!!
 
ทนไม่ได้ ตื่นขึ้นมาเปิดพัดลม และพยายามทำตาเบลอๆ ให้หลับไป
*ตุ๊งๆๆๆๆๆๆ
ห่าจิก เสียงรัวกลองหน้าประตูยังดำเนินต่อไป อย่างไม่ลดละ
พอรวบรวมสติได้ ก็นึกได้ว่า ฉันมีมหาเรียกร้องความสนใจอยู่ในบ้าน ต้องเป็นแม่มแน่ๆ ที่ตะกุยประตูโครมๆ โดยไม่สนใจเวลา (บอกให้เอานาฬิกาผูกขาแม่มก็ไม่เชื่อ)
 
ฉันเลยเดินไปเปิดประตูให้มัน - หมาเนรคุณก็เข้ามากัดแขนขาอย่างฮิ๊ฮ๊ะ - นี่มึงนึกว่ากูจะมีอารมณ์เล่นกะมึงตอนตี 5 หรือนี่ ป้าดดด
เลยผลักไสไล่ส่งให้มันไปนอน ส่วนอะฮั๊นก็พยายามหลับต่อ.... โอ้ว ไม่ไหวแล้ว ภูมิแพ้ลง (นึกภาพ กรุ๊ปทัวร์เชื้อโรคเข้าแถวถือธงเดินเป็นขบวน เยี่ยมชมโพรงจมูกตรู *สร้างสรรค์สุดๆ)
 
ข้าพเจ้านอนไม่ได้อีกต่อไป....ห่านนน ตื่นก็ได้
เลยเดินไปกดมาสสาจดู --- นั่นคุณชายแกก็ไม่หลับนอนไม่แพ้กัน....ทำตัวเหมือนเด็กเตรียมเอนท์ไม่หลับไม่นอนไปได้ =='
 
ฮ๊า.............
ตื่นมาทะไมน้อ เช้าเช้าอย่างงี้
*งึม
 
4月23日

เสียใจ

 
 
อ ด เ รี ย น . . . .
 
เพราะความจ๊าดง่าวของตัวเอง....
เสียใจที่สุดในขอบโลก
 
งื๊ออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ
เสียใจ..
 
*หงึๆๆ
 
นึกถึงคนอื่นมากเกินไป ก็มักจะเป็นแบบนี้
dream unfulfilled, left alone heart shattered...
will always be unfulfilled.
 
เลิกเอาคนอื่นมากเป็น priority จะดีไหม...เสียใจทุกทีเลยกู
ห่า
 
4月19日

ไม่มีซับไตเติ้ล

 
 
so I did finish the book.
the Extreme Motherhood I was talking about the other day.
 
The book is touching. Because of its quality of "real-ness", I absorbed all its realistically vibe in.
I was overwhelmed. Truly.
 
The story is addictive. Everytime I put it down, either because I needed my sleep or someone was talking to me.
I finished the book and I wish I could play with them kids hahahahaha~
 
I love the author. She is so real, too real I wish my somewhat boyfriend could adopt her husband personality.
I wish she and her husband could lecture him off a bit. I would be more than grateful.
 
All in all, the book is super inspiring I wanna quit living in my world.
 
. . .
 
I am sorry I'm not writing in Thai.
Its too difficult to find the right word and not expressing any cheesy and too dramatic idea.
Those songwriter must have been through too many break-ups.
 
Actually, the one that I'm friend with...she has literally been through too many break-ups and weird drama.
And currently head-over-heels in love at the moment. Its bizarre.
 
I had so many shit in my head I wanted to write about. But I got off the shower and it suddenly poof off right into the drain.
*sigh
 
I must be real tired.
I often get numb and emotionless telling friends about my love life.
It has never gone well. regardless.
Either I'm a sin or I must have committed a real nasty deed in my previous life.
Good god what have I done?
 
. . .
 
I'm sorry I cant be what you ever wish for.
and after every cool-down session, you're back.
with all the sweet talks, the flowers, the sunshine, the shining star.
every beautiful word that turns blue pink...
 
tears drop.
 
4月18日

hole

 
 
บางทีก็ไม่รู้จริงๆ ว่าทำอะไรผิด....หงุดหงิดเราทำไมวะ
 
 
 
 
all that I have done means nothing compare to what disaster you have ever gone through...
I'm sorry, I'm such a useless person to you.
 
All I can do is answering your nature calls.
 
 
 
 
I'm too sad to go on, love.
*sigh
 
 
4月17日

อบตัวอยู่ในกะลา

 
 
ว่างแค่ไหน สังเกตได้จากความถี่ในการอัพสเปซ
 
วันนี้เมจิมาดูดเพลงถึงบ้าน อีกรอบ
มันก็ว่าง ฉันก็ว่าง
พวกเรานั้นว่างแสนว่างงงงงง~
โฮะๆๆๆๆ
 
ช่วงนี้ไม่ได้ทำอะไรเลยยยย
ไม่ได้ทำอะไรเลยจริงจัง
คอนเสิร์ตที่เคยไปบ่อยๆ ก็หายกริบ
กิจกรรมแสนแปดที่กูเคยขยันเอามาเล่าให้ฟัง ก็หายไปไหนหมดก็ไม่รุ
nite-out กะสาวๆ ก็ลงหลุมไปพร้อมๆ กับที่หัวหน้าทีมหนีไปโกอินเตอร์
--- เป็นผลให้ไม่มีเรื่องอะไรบ้าๆ บอๆ มาเล่าให้อ่านเลย
 
ตอนนี้ inspiration อย่างเดียวในการเขียนสเปซ คือ หนังสือที่อ่าน
ซึ่งตอนนี้กำลังอ่าน Extreme Motherhood ของ Jackie Clune
เป็นเรื่องเกี่ยวกับ คุณแม่วัยกลางคน ที่มีจิตใจปานวัยรุ่นอายุ 20 กว่าๆ
ด้วยความที่คุณแจ๊คกี้เนี่ย แกทำงานในวงการบันเทิง ความคิดความอ่านก็เลยจะโมเดิ๊น โมเดิ้น
ลูกสาวคนแรก ก็มาเกิดโดยไม่ตั้งใจ คราวนี้แฝดสามในท้องก็มาเกิด โดยไม่ได้แพลนอีกครั้ง
 
ความโกลาหลของการมีลูกแฝด 3 ในวัย 30 กลางๆ มันช่างสะเทือนขวัญ
ชีก็เลยบอกเล่าความคิดของชี ตั้งแต่เริ่มรู้ว่าตัวเองจะคลอดสิ่งมีชีวิตอีก 3 ก้อน (ซีเรียส ชีใช้สรรพนามนี้) ความรู้สึกที่รับรู้ได้ว่าตัวเองจะไม่สามารถเลี้ยงลูกคนแรกได้เต็มที่ การต้องสละเวลาร่าเริงมาเลี้ยงลูกในแบบเกือบ full-time ความรู้สึกของตัวเองว่าจะดีใจ หรือเครียดดี ไปจนถึงแฝดทั้ง 3 ที่ออกมาดูโลกแล้ว และความพยายามในการเลี้ยงลูกผ่านการบันทึกเทป reality TV แฝด 3 ของชีด้วย
 
นี่แค่กูพิมพ์ก็เหนื่อยแล้ว --- ร้องเพลง avril lavigne ไปพร้อมๆ กับการพยายามพิมพืให้รู้เรื่อง
(โนๆ กูไม่ได้ฟัง girlfriend อยู่ ==')
 
จุดเริ่มต้นในการเลือกซื้อหนังสือเล่มนี้ นี่มาจากการไม่มีอะไรทำ
หรือเป็นเพราะนี่กูเข้าวัยที่จะต้องมีลูก เลยหยิบมาอ่านวะ?
 
แต่พออ่านๆไป จะเกิดอาการเพศแม่เข้าสิง
เริ่มมีอาการอยากมีลูก แต่เมื่อเริ่มอ่านผ่านไปครึ่งเล่ม เริ่มคิดว่า "ไม่ดีแน่"
 
สนุกดี ด้วยคนเขียนเป็นคนตลกโปกฮา จึงทำให้เรื่องน่าเบื่อๆ ยังน่าติดตาม ได้ตลอด 300 กว่าหน้า
เดี๋ยวนี้เจอหนังสือที่น่าสนใจ และสามารถอ่านต่อเนื่องอย่างบ้าคลั่งได้ยากมาก
คนหันมาเขียนหนังสือ (หรือเล่าเรื่องตัวเอง ให้คนอื่นไปเขียนต่อ) เยอะแยะตาแป๊ะถั่วไปหมด
นานๆ ทีกว่าจะได้เจอคนที่เขียนหนังสือด้วยใจจริงๆ
(คุณพี่นิ้วกลม นี่เริ่มเขียนเยอะเกินจนเฝือ.....อ่านแล้วเบื่อ ถึงพี่จะเก่ง และฮาในสไตล์ชาวเรา แต่ขอมุขใหม่ๆ หน่อยก๊า~)
 
และหนังสือที่ผลัดกันอ่านอีกเล่มก็ THEY F*** YOU UP ของ Oliver James
เป็นหนังสืออิงจิตวิทยาหน่อยๆ ให้เห็นว่า การที่เราเป็นเราทุกวันนี้มันมีผลมาจากการเลี้ยงดูในครอบครัว มากกว่าสิ่งอื่นใด
ซื้อมาตั้งกะตอนไปอังกฤษ ตอนปี 1 ปัจจุบันนี้ยังอ่านไปได้แค่บทที่ 2
มัวแต่ใจง่ายไปอ่านหนังสือเอ๊าะๆ กว่าระหว่างทางเรื่อยเลยกู
 
 
 
อื้ม ก็นั่นแหละ ประสบการณ์ใหม่ๆ ช่องทางเดียวของฉัน ทุกวันนี้
เพราะเพื่อนเพิ่น กูก๋ไม่ค่อยได้เจอ ไปไหนก็ไม่ค่อยได้ไป กรุงเทพแม่งน่าเบื่อได้อีก
หวังว่าพี่สาวกลับมา จะมีเหตุการณ์ระทึกขวัญอะไรใหม่ๆ ให้เจอบ้าง (เช่น ทริปชอปปิ้งครั้งใหญ่ กรี๊ดดดดดดดดด)
 
ไว้จะมาเล่าให้ฟังหน่ะก๊า!!
 
 
 
ปล. wii เลิกเล่นซักพัก แม่งปวดร้าวไปทั่วสรรพางก์ ขยับตัวแล้วครางอ๊างๆ เลยกู T^T
 
4月15日

วันสงกรานต์ ที่สาม

 
 
โลก ที่คนเห็นจากรูปว่ากลมๆ
แต่จริงๆ แล้ววงกลมอาจจะเกิดขึ้นมาจาก "มุม" ถี่ๆ เยอะๆ มุม
 
ถ้าเป็นก้อนลูกบาศก์
เราก็อาจเห็นด้านได้ 6 ด้าน
 
แต่ถ้าเป็นลูกกลมๆ ที่มี "ด้าน" ถี่ๆ หลายๆๆๆๆ เยอะๆๆๆๆ ด้าน นั้น
มันอาจทำให้เราสับสน
มันอาจทำให้เราเข้าใจผิด
เหมาเอาว่าลูกกลมๆ มันเข้าใจง่าย ไม่เยอะด้าน ไม่เยอะมุม
 
แต่ไอลูกกลมๆ ที่ดูเรียบง่าย
เราว่าเป็น ก้อนวัตถุที่เข้าใจยาก และน่าศึกษา เข้าใจมากที่สุด
 
. . .
 
โอ้ วันหยุดวันสุดท้าย (สำหรับคนมีงานทำ --- แน่นอน ไม่ใช่กู)
 
กิจกรรมวันนี้ ก็คล้ายคลึงกับเมื่อวาน
นอกเหนือจากที่เล่น wii --- ไม่ไหวแล้ว ต้องขอพักฟื้น
ปวดไปทั่วสรรพางก์กาย เดินเซนทรัลอยู่ แทบร่วง รู้สึกไข้ขึ้นตลอดเวลา
 
สุดท้ายฉันก็ยังไม่ได้เขียนคำปฏิญาณวันปีใหม่ เหอออ~
 
. . .
 
*กูออกจากวงกลมนี้เมื่อไหร่ ใครจะเลี้ยงข้าวกูคนแรก ยกมือขื้นนนนนนนนนนนนนนนนนนนน
  ฮิ้ววววววววววววววววววววว~
 
ส้นตีน
 
. . .
 
หมดเวลาสนุกแล้วนะก๊า
กลับไปตั้งใจทำงานหาเลี้ยงชีพกันเถิดดดด
 
ฮูเร~
 
4月14日

วันสงกรานต์ ที่สอง

 
อยู่บ้านอืดๆ
 
ตื่นมาปุ๊บ ไปแปรงฟัน แล้วมานั่งดู walk the line ทันที
แหม่ะ รู้สึกปลาบปลื้ม ที่ตื่นทัน
 
ทั้งวันก็อ่านหนังสือ ดูทีวี เชคเมล์ กิน --- วนเวียนไปมาอย่างไร้สาระ
แต่กว่าอาหารที่มีประโยชน์จะมาถึงบ้านจริงๆ ก็ 5 โมงกว่า แล้วซักพัก ก็ออกไปกินข้าวเย็น
แล้วนี่ซื้อของกินมาออเดิร์ฟกันหรือไง =='
 
ก่อนออกจากบ้าน ก็ wi~iiiiiiiii กันอีกซักรอบ --- ตอนนี้ติดงอมแงมกันทั้งบ้านแล้ว
วันนี้....ออกไปกินข้าวเย็นครบทีมเป็นวันที่สอง
กินแถวบ้าน ณ ร้านอาหาร "เรือนแก้ว" อันคุ้นเคย
กินๆๆๆ เม้าท์ๆๆๆๆ
ร้านนี้กินครบ 2000 แลก จตุคามฯ ได้สองอัน --- โอ้ววววววว ศักดิ์สิทธิ์จริงๆ สวนอาหารแถวบ้านกู
 
กลับมาถึงบ้านก็ wi~iiiiiiii กันอีกรอบ
ป้าฉันได้แชมป์โบว์ลิ่งไปเรียบร้อย *(==')>
นอกจาก wii sports ข้าพเจ้าก็ได้ลองเล่น second opinion - เกมส์ที่เราต้องเป็นหมอ ผ่าตัดคนไข้อาการหนักแบบต่างๆ
แม่มมมมม รู้สึกเหมือนถ้าหยิบเศษแก้วพลาด กูจะทำคนตายจริงๆ งั้นแหละ
(และพี่ชายฉัน แม่งก็ลุ้นจ๊าง เขย่าเตียงทุกรอบที่ตูทำผิด กูเนี่ยจะฆ่ามึง -*-)
 
หมดอีกแล้วหนึ่งวัน
พักผ่อนอย่างหนักหน่วง
ก็ดีเหมือนกันนะ ไม่ต้องออกไปโดนน้ำสาด --- ปีที่แล้ว เล่นเต็มที่เผื่ออีก 3 ปีข้างหน้าเรียบร้อย เหอะๆๆๆ
 
ท่าทางพรุ่งนี้จะได้อยู่บ้านอีกวัน
ว่าจะอ่านหนังสือให้จบ แล้วเก็บบ้านซะที
*ฮิ้วววว
 
วันนี้คุณได้ใช้เวลากับครอบครับรึยางงงง
:D
 
 
ปล. ลืมเล่าว่า เมื่อวานไปพารากอน มีเด็กตัวเล็กๆ (ที่ทางห้างจ้างมา) ใส่ชุดไทย เดืนถือขันเล็กๆ กับพวงมาลัย รดน้ำที่มือเรา แล้วยื่นพวงมาลัยให้ --- โอ้ววววววววววววววว น่ารักสุดขีด เห็นแล้วอยากมีลูกทีเดียว (หนังสือที่อ่านอยู่ ก็เกี่ยวกับป้าชาวอังกฤษที่มีลูก 4 คน-ลูกสาว 1 แฝดอีก 3 นี่อ่านๆ ตูก็อิน บิ้วให้อยากมีลูก และไม่อยากมีลูกไปในเวลาเดียวกัน ==') เหอ....นี่มันไม่ใช่สัญญานอะไรใช่ไหม.....โปรดบอกกูที *ปึ๊ซซซ
 
ถึงคุณชาย - พรุ่งนี้วันสุดท้ายแว้ววววววว จะได้หายใจโล่งๆปอดซะทีเน้อออ สู้ตาย *โอ๊ทสส!!!
 
 

วันสงกรานต์ ที่หนึ่ง

 
 
แฟนบอกว่า "มึงดูว๊างว่างเนอะ"
 
อ่ะ แน่สิ รอมึงหางานให้ทำอยู่ แสดดดดดดดดดดด
 
*เหะๆๆๆ
 
 
 
 
 
 
สวัสดีวันสงกรานต์
วันนี้แห่กระเฌอไปกิน ootoya ที่พารากอนนนกับที่บ้าน --- โวยวายมากๆ ตามฟอร์ม
สนุกสนานดี แต่ "วันครอบครัว" มันวันพรุ่งนี้ไม่ใช่หรอวะ *งึม
 
ไปพาราก้อนรอบนี้ ได้อาการปวดหัว ปวดตา ปวดคอ กลับมาพร้อมๆ กัน
ช่วยเปิดไฟให้มันนวลๆ ตากว่านี้ได้มั้ย ประสาทรับรู้กูเสียหมด แง่ง
 
วันนี้ไม่มีอะไรจเล่าเลยหล่ะ
จริงๆ จะมาให้คำปฏิญานรับปีใหม่....
แต่ปวดหัว เลยแปะไว้วันพรุ่งนี้นะ
ไปก่อนหล่ะ
 
สวัสดีปีใหม่ไทยก๊า~
สดชื่น แจ่มใส ขอให้เมืองไทยอากาศปกติ *สาธุ
 
4月12日

ความพยายามที่ไม่สร้างสรรค์

 
 
ได้ดูการ์ตูน "ศรีธนญชัยเจ้าปัญญา" หลังละครตอนทุ่มนึง ของช่อง 3 เมื่อตะกี้
 
นอกเหนือจากที่การ์ตูนวาดไม่สวยแล้ว
การนำมุขมาใส่ในเรื่องให้รู้สึกว่า "ร่วมสมัย" มันช่างเห่ยเฟ่ย และทำให้มนต์ขลังของนิทาน "ศรีธนญชัย" หายไปสิ้น
 
เนื้อเรื่องของตอนที่ 1 เปิดฉากด้วย ตาลุงหัวล้าน ท่าทางรวยมากคนนึง กำลังพัทกอล์ฟอย่างสบายอารมณ์
(โอเค...อยากให้ร่วมสมัย....แต่มึงใส่ผ้าถุง และห้อยพระเครื่องไปพัทกอล์ฟป่ะหล่ะ แสดดด)
ความเฟอะฟะของเศรษฐีหัวเหม่ง พัทกอล์ฟไม่ค่อยเป็น เลยพัทไกลลลลลล ไปตกทะลุหลังคาวัดเข้า
(โอเค...พัทกอล์ฟข้างๆ วัด....จะดี...)
เจ้าอาวาสตกใจ ที่มีวัตถุประหลาด ขาว กลม โหม่งหัวเจ้าแกละ เพื่อนของศรีธนญชัย
เจ้าอาวาสออกไปโวยวายเศรษฐีหัวขาว กลม ให้ชดใช้ค่าเสียหาย
(พระ เจ้า ที่ไหน จะออกไปโวยวายให้ฆราวาสจ่ายเงินชดใช้วะ เสื่อม)
เศรษฐีหัวกลมเลยบอก "เด๋วจ่ายให้ 5 บาท" - ศรีธนญชัยเข้าณานและนิ่งคิดไปนาน เยี่ยงอิ๊คคิวซัง
(ศรีธนญชัยในความคิดฉันมันต้องเจ้าเล่ห์ ฉลาด และคิดไวกว่าอิ๊คคิวซังหัวกลาก)
ศรีธนญชัยตอบตกลง เศรษฐีเหม่งเลยหย่อนเหรียญ 5 ใส่บาตร
แต่มุขของศรีธนญชัยล้ำลึกกว่านั้น - หยิบ "บาตร" ออกมา 5 ใบ เพื่อให้เศรษฐีเหม่งใส่ให้เต็ม "5 บาตร"
เศรษฐีเหม่งเอ๋อแดก แต่เจ้าอาวาสลิงโลด ทำตาเยี่ยงผู้ได้รับชัยชนะ และบอกให้เสรษฐีเหม่งยอมจำนสนแต่โดยดี
(พระ จ้าวที่ไหนจะมายินดีกะเล่ห์เหลี่ยม แกมโกง แถมยังยินดีกับการได้ทรัพย์ของผู้อื่นอย่างโกงๆ วะ ห่านเป็ด)
 
 
โอ้ว.......................ฝืนใจมาก กว่าจะพิมพ์จบ....อยากหยิบโทรศัพท์ไปด่าโปรดิวเซอร์
ทำลายกลิ่นไอของนิทาน แล้วยังทำลายจริยธรรมอีกตะหาก...
แม่ง....แย่หว่ะ
 
ความพยายามที่จะประยุกต์ของเก่า ให้เข้ากับของใหม่ เพื่อให้น่าสนใจ และร่วมสมัย
บางทีมันก็ไม่มีประโยชน์ ถ้าขณะที่พยายามสร้างสรรค์ กลับทำลายแก่นแท้ของวัฒนธรรมที่ถูกมองข้าม...อย่างโง่เขลา
หากมองอะไรหลายๆ ด้าน และได้ลองมองสิ่งนั้นด้วยสายตาของคนอื่น --- ตอนนั้นแหละ ที่ความสร้างสรรค์ จะให้ประโยชน์สูงสุดอย่างแท้จริง
 
สะเทือนใจน้องจ๊อดมากๆ เลย *ฮือออออออออ
 
 
 
 
 
 
 
Its not that I'm clingy,
 
its the sight of you that gives me a peace of mind.
 
4月11日

คึกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

 
ด้วยอำนาจของ frozen strawberry mocha blast และการตัดผมมออกไปแค่ 2 นิ้ว
 
วันนี้สโรชินี พลังเยอะมากๆ
 
คาดว่าการได้ไปฟิตเนสมีส่วนมากๆ ร่าเริงเกินพิกัด (ในขณะที่คุณชายเครียดสุดขอบ)
 
 
 
ฝนตกอีกแล้วหล่ะทูเดย์
กลายเป็นว่าอากาศเริ่มเย็นๆ ฉ่ำๆ --- เอ หยั่งงี้เค้าเรียกฝนหน้าร้อนรึเปล่าน๊า...
 
...หรือว่ามันเป็นอิทธิพลจากพายุทะเลจีนใต้อะไรซักอย่าง =='
 
ระยะเวลาระหว่างรอเวลาไปเล่นฟิตเนส มีโอกาสได้เดินเล่นเซนทรัล ทำให้ฉันสร้างกิเลสขึ้นมากมาย
ไอนี่ก็อยากได้ ไอนั่นก็อยากดู
ถ่ายรูปของที่อยากได้มาเยอะแยะมากมาย --- แต่คาดว่าถ้าวันๆ ยังกลิ้งฝุ่นกระจายขนาดนี้ คงได้แต่นั่งดูรูปที่ถ่ายมาไปตลอดกาล *ป้าด...T^T
 
อีก 2 วัน ก็จะปีใหม่แว้วววว
เรามาทำ new year's resolution กันดีกว่า *ฮิ้วๆๆๆๆ
(หาข้ออ้าง ที่ไอ resolution ตอนปีใหม่คนปกติอันนั้นทำไม่สำเร็จ มัวแต่กลิ้งๆ หงอกๆ อยู่ๆ)
 
เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยมาเขียนเนอะ...
นี่ไอที่อยากเขียนก็ลืมหมดเลยหล่ะ ยะฮู้ว!
 
 
 
 
ปล. ไปฟิตเนสวันนี้ไม่สนุกเลย ไม่ค่อยเหนื่อยด้วย หนีไปเล่นแอ๊ตติจูดโยคะดีกร่า~เด่อออออ (แอ๊บโซหลูท!!)
ปล. หยุดหน้านิ่วคิ้วขมวดน๊า สมาธิดีๆ งานจะได้ออกมาเต็มที่ แล้วเราไม่มาเสียใจทีหลังเน๊อะ *โอ๊ทสส!!!! 
 
4月10日

วันว่างๆ

 
 
เมื่อวานฝนตกซู่ -----
 
ซัมเมอร์มากๆ เลยกรุงเทพมหานครของฉัน (==')
 
 
 
 
ติดรถออกมากับพี่ตอนบ่ายๆ
ที่ทำงานมันอยู่ตรงเพชรบุรี
มาถึงตรงอโศกตอนบ่ายสอง เกือบ 45 นาที --- โอ้....ดีนะ ที่ไม่ได้เปรี้ยวนั่งรถเมล์มาเอง
 
ไปสัมภาษณ์งานแถวสาธร
งานดูโหดร้ายทารุณ แต่ท่าทางคงได้เงินเยอะ
ไม่รู้เค้าจะเอารึเปล่า คุยกะเค้าแล้วรู้สึกว่าทักษะทางภาษาอังกฤษกูช่างห่วยแตกจริงๆ T^T
 
สัมภาษณ์เสร็จ 4 โมงครึ่ง - คุณชายยังทำงานไม่เสร็จ ฉันเลยตัดสินใจโบกแทกซี่กลับบ้าน
5 โมงตรง ถึงบ้านแล้ว . รถไม่ติดซักกะเตื้อ
 
วันนี้ฤกษ์ดี พี่ชายถอยรถใหม่ (ทำไมถึงไม่เอาเงินมาให้กูใช้บ้าง *กระซิก)
ดูไปดูมาก็สวยดี... แต่ก็ยังรู้สึกว่า มึงเท่ห์เกินกว่าจะขับรถ 5 ประตู
และเราก้ได้เปิดซิงเบาะหน้า ขาออกจากบ้าน (อีกรอบ)
 
เอ...ปรากฎว่ารถไม่ติดเลยซักนิด
ไม่ติดเลยไม่ว่าจะไปทางไหน แม้แต่เส้นอโศกตอน ทุ่มนึง ก็ยังโล่งโจ้งผิดหูผิดตา
พอคุณชายทำงานเสร็จ ก็พากันไปกินข้าว
คุณชายสภาพปางตาย --- วินาทีนี้ ถ้าทำมันตกใจ คาดว่า มันคงหัวใจวาย เล่นซัดกระทิงแดงไปตั้ง 2 ขวด...
เฮ้อ... กูก้เป็นห่วงมึงหน่ะนะ ไม่รุ้จะพูดยังไง
 
กลับมาบ้านด้วยสภาพเบลอๆ ปวดตัว รู้สึกเหมือนกล้ามเนื้อมันจะแยกจากกัน =='
เบลอๆ ตลอดคืน เพลียๆ จนกระทั่งเมื่อเช้านี้
ตื่นมาตัวรุมๆ เลยสั่งตัวเองให้ไปอุ่นน้ำเต้าหู้กิน --- อะไรที่มันต้องไปเวฟอีกรอบ มันไม่เคยจะอร่อยเท่าทำใหม่สดๆ เลยเนอะ
 
นั่งดู the Prestiege จนได้ (เสียงพี่ชายฉันตบมือเกรียว)
สนุกดี หนังเจ๋งตามคาด
แต่ตูก็ไม่น่าไปคาดหวังอะไรมาก มันทำให้อินได้ไม่เต็มที่
และขอยืนยันว่า หนังดีๆ ควรไปดูในโรง
หนังที่ดูอยู่บ้าน ควรเป็นหนังงั่งๆ เช่น "แสบสนิทฯ" ที่นอนกองอยู่หน้าทีวี
(ยกเว้นว่าที่บ้านจะมีโฮมเธียเตอร์ส่วนตัวอ่ะนะ)
 
 
 
และก็ไม่ได้ไปงานหนังสือจนได้...
ฮ๊า....
 
 
 
ถ้าอะไรๆ มันต่างไป...
ตอนนี้เราจะทำอะไรอยู่น๊า??
 
ไม่รู้ว่าใช้ชีวิตตัวเองคุ้มค่ากับเวลาที่มีอยู่รึยัง
คงต้องโฟกัสเพิ่มขึ้นให้มากหน่อย
...คงต้องพยายามละมั้ง
 
เฮ้อ...
 
 
 
4月7日

ไม่ มี อะ ไร ทำ

 
 
ว่าง...
 
ก็เลยมาอัพสเปซ...
 
แต่ไม่มีอะไรจะเล่า....
 
ทำไงดี...
 
 
 
 
(==')>
 
 

โหน่ด๊าเหมะฉางงงงงง*

 
Nodame Cantabile
 
ซีรี่ส์ญี่ปุ่นที่นั่งดูอย่างเอาเป็นเอาตายมาได้ สองสามวันแล้ว
 
ใครเคยอ่าน การ์ตูน "วุ่นรัก นักดนตรี"
series เรื่องนี้ เป็นเวอร์ชั่น การ์ตูนเรื่องนั้น ที่มีชีวิตขึ้นมา
ไม่รู้เป็นเพราะว่า เราเป็นคนไม่ติดซีรี่ว์ หรืออะไร
ดูเรื่องนี้แล้วรู้สึกว่า คนเรียบเรียงการ์ตูนให้ออกมาเป็นหนังอันนี้ได้ แม่งเจ๋งมากๆ เลย
 
เนื้อเรื่องเกี่ยวกับ ชีวิตนักเรียนโรงเรียนดนตรี โดยเน้นไปที่ ตัวเอกคือ "โนดาเมะ" ที่เรียนเอกเปียโน
...
ก็เป็นหนังที่ดูแล้วหัวเราะกร๊ากอยู่คนเดียว พร้อมสอดแทรกข้อคิดเล็กๆ น้อยๆ ตลอดเรื่องตามสไตล์หนังทั่วไป --- แต่เน้นฮา *เหอๆๆๆๆ
 
เป็นหนังที่ดูแล้วเกิดแรงบันดาลใจนะ
เวลาเห็นเค้าเล่นเปียโนพีคๆ แล้วกูก็จะร้องไห้ตามเค้าไปด้วย
ยิ่งตอนจบที่แบบว่า แค่ได้ทำสิ่งที่ตัวเองรักก็มีความสุข แค่นั้นก็พอ
อาการแค่เล่นดนตรีก็มีความสุขแล้ว.....โอ้วววววววว
ภาพตึกกิจฯ ชั้น 4 มันเด้งเข้ามาในหัวทันทีเลย *น้ำตาไหลพรากกกกกกกกกกกกกกกก
 
คิดแล้วก็ได้แต่ถอนใจ.....
ทำไมตอนนั้นมารดาเปลี่ยนใจไม่ให้เข้าโณงเรียนนาฎศิลป์ ไม่งั้นป่านนี้ on toe อยู่ julliard แล้ว
(อีเว่อ.....==')
 
ไปหาดูกันนะ สนุกดี สนุกมั่กๆ (^^)
*ฉัน อยาก เต้น
l(TwT)l
 
 
 
 
 
---
วันนี้ไปวิ่งเล่นกะแม่ และพี่ชายมา
สนุกสนานดี นานๆ ที จะได้ไปไหนด้วยกัน อย่างมีความสุข
เหนื่อยๆ แต่ก็ ^^
 
ไปก่อนน๊าาาา~
(^o^)/
 
4月5日

to b+

 
"Just wnna lie around n be lazy w/ u all day"
 
 
 
 
 
 
super lazy.
Come over and be lazy together na baby.
 
I'll take you out to my auntie's b-day dinner na ka.
(^^)
 
 
 
 
 
 
4月2日

I've been fooled

 
 
so it was an April's fool,
and I got punked twice.
ain't I dumb or what (==')>
 
 
 
 
 
 
 
and so everyone could be fooled,
eveyone could be blind.
you only need to be conscious,
really conscious.