Pam 的个人资料. w a n d e r i n g p a ...照片日志列表 工具 帮助

日志


5月31日

หัวหิน เป็นถิ่นมี...

 
 
ร้านตัดสูท..
 
 
 
 
 
 
งงอ่ะเด่ะ...
 
เออ งงเหมือนกัน
 
 
 
 
ไปหัวหินมาสองรอบ (ในระยะ 4 เดือน)
ไม่เข้าใจว่าทำไมมีร้านตัดสูทเยอะ แล้วทำไมร้านตัดสูทพวกนี้ คนขายต้องเป็นแขก... หรือว่า เค้าโดนอพยพมาจากพาหุรัด? แต่มีแต่แขกผู้ชาย วัยเอ๊าะ ใส่เสื้อเชิ้ต+กางเกงสแลคสุดเนี้ยบ ยืนหน้าร้านพูดจา อีนี่ฉาน~ กันทั้งนั้น เสื้อผ้าเนี้ยบไม่พอ หัวยังเรียบแป้ มันแพล่บอีกตะหาก....นี่มันแผนพัฒนาเศรษฐกิจอันไหน ที่บอกให้ย้ายร้านตัดสูทไปอยู่หัวหินเนี่ย? แล้วหยั่งงี้ กรุงเทพมันจะไปตัดสูทกันที่ไหน?
 
อ่อ มีร้านตัดสูททั่วทุกหัวระแหงไม่พอ เกือบทุกร้านจะ universal มาก คือแปะรายละเอียดราคาต่างๆ ร่วม 6 ภาษา
 
(==')>
มึงเปลี่ยนอาชีพเป็นล่ามมั้ย? อาจจะดี. ก๊าซซซซซซซซ
 
 
 
 
ไม่ได้ไปทำไมหรอก --- ก็ไปพักผ่อน ก่อนที่จะต้องเริ่มชีวตสาวออฟฟิศในวันพรุ่งนี้
ไหนๆ แจ๊ซเฟสปีนี้ คงไม่ได้ไป (ทำงานซัดกันไปซะ 6 วัน) เลยรีบชิงไปซะก่อน ช่วง high season ณ วันวิสาขบูชา's eve และวันวิสาขฯ จริง
ไปนั่งๆ นอนๆ กลิ้งๆ ดูทีวี ที่มีแต่ประกาศคำตัดสินยุปพรรคร่วม 9 ชั่วโมง... แสดดดดดดด
อิ่มเอมไป 1 วันเต็มกับข่าวการเมือง (และช่องเคเบิ้ลลูกทุ่ง) ทำให้เช้ามาฉันต้องไปหาหนังสือพิมพ์มาบริโภคข่าวสารกันเลยทีเดียว
 
ไปรอบนี้ไม่ได้เฉียดทะเล หรือหาดทรายใดๆของหัวหิน นอนกลิ้งๆๆๆ รู้สึกตัวก็ลุกขึ้นไปกิน กลับมาก็นอนกลิ้งๆๆ ดูทีวี กลิ้งๆ แล้วก็กิน
สบายดี ชอบ.
 
ว่าแต่อยู่บ้านทำไม่ได้หรือไง? --- อือ นั่นสิ?
 
 
 
 
นอกจาก ร้านตัดสูทที่มีอยู่แน่นขนัด เรายังสามารถพบร้านขายเครื่องหนังมากมาย ที่มันมาขายใครกันหรอ? ทะไมนักท่องเที่ยว ไม่มาสูดอากาศทะเลๆ พักผ่อน นอนชิว ใครจะมาตัดสูท ซื้อเครื่องหนังกันทะไม????
 
เอ๊ะ หรือว่าที่นี่เป็นแหล่งชุมชนนักตัดสูท และชุมชนเครื่องหนังยอดเยี่ยม???? ทะไมกูไม่เคยรู้หล่ะ
โอ้ววววววว~
 
 
 
 
ชิวดีนะ แต่นั่งรถนานไปหน่อย (==')
 
 
 
 
ปล. ตอนนั่งรถกลับมา เห็นขบวนพระสงฆ์ (และพุทธศาสนิกชน ที่ส่วนมากนั่งกินแรงอยู่บนรถ) เดินอยู่ริมถนน คาดว่าคงจะเดินขบวนไปพุทธมณฑล ทีนี้...ที่สงสัยคือ
     1. เดินขบวนมาจากไหนเนี่ย? สงสัยสนามหลวงแน่ๆ --- แต่มันไกลชิบหัยเลยนะ *กรี๊ด
     2. แล้วทำไมต้องเดิน ทรมานพระ จ้าว ทำไม? แล้วทำไมพวกเด็กหนุ่มๆ กินแรงนั่งรถกระบะ ซิ่งแว๊น
         แต่ทะไมให้พระเดินหอบธง หอบเสื่อ จีวรอาบเหงื่อ?????
     3. เดินไปพุทธมณฑลทำไม? นี่เค้าจะประกาศจุดยืน อุดมคติอะไรรึเปล่า? หรือว่าให้อินกะเทศกาล วันวิสาขบูชา
         ให้เห็นว่าเมื่อก่อนพระต้องเดินธุดงก์กันขาเปิงเหมือนกัน? แต่นี่มันจำเป็นตรงไหนเนี่ย? หรือจะประกาศจุดยืน
         เรื่องให้ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ? แล้วมันเกี่ยวกะการทรมานพระ จ้าว ให้เดินดมควันรถด้วยหรอ???
 
         เซ็งเจ้าของไอเดียจริงๆ --- มลพิษก็เยอะ อากาศก็ไม่ได้ดี มันร้อนนะเนี่ย รู้มั้ย!!!
 
ปล. อย่าลืมไปเวียนเทียนกันเน้อ! ไปที่พุทธมณฑลก็ดี พระเค้าอุตส่าห์ทุ่มเทเดินกันมา (T^T)
 
5月28日

let's cry.

 
 
เวลาคนเค้าเลิกกัน....
ทำยังไง ให้มันไม่ยิ่งแย่กว่าเดิม?
 
 
 
 
 
 
วิธีแอ๊บเบลอ เป็นวิธีที่ดีที่สุด ที่เคยใช้
อาจเป็นโชคดีของเรา ที่เวลาคำตอบทุกอย่างชัดเจน เราจะสามารถเข้าใจได้ และทำใจได้ในโควต้า 3 วัน
สิ่งที่เหลืออยู่ คือความรู้สึกดีๆ ความทรงจำเสี่ยวๆ (ในสิ่งที่กูเคยทำลงไป..ได้ไงก็ไม่รู้)
และเรื่องราวตลอดความสัมพันธ์ ที่แม้โหดร้าย แต่ก็กลายเป็นความทรงจำขำๆ.. ดีๆ
 
 
วิธีล้างบาง เป็นวิธีสุดโหด ที่เคยใช้
วิธีนี้ ใช้กับพวกความสัมพันธ์แบบไร้สถานะ และผิดศีลธรรม
เรียกได้ว่าเผาผี ไม่ต้องญาติดีกันอีกเลยเออ - ใครมันเหี้ยนใส่เรา มันผู้นั้นอย่าได้คิดว่าชีวิตจะสุขสบาย
หลอกหลอน รู้สึกผิดกันไปจนตายเลยทีเดียว
... แต่แย่หน่อย กูหายโกรธเร็วมาก มักจะใจดีและปล่อยผีไปในที่สุด
 
 
ส่วนวิธีหักดิบ แบบที่จำต้องตัดการสื่อสารทุกแขนง มักถูกเลือกใช้โดยคู่ต่อสู้
การเลิกกันโดยไม่สามารถเป็นเพื่อนกันได้นั้น... เป็นวิธีสะเทือนใจสุด และโหดที่สุด (สำหรับเรา)
 
การมึนตึงใส่กันในระยะสุกดิบ (ระยะเพิ่งเลิกใหม่ๆ) ยิ่งทำให้ร้าวรานหนัก ในระยะยาว
แม้แต่เรื่องราวดีๆ ก็ไม่สามารถเก็บไว้ได้
เป็นเพื่อนยังไม่ได้ ก็ไม่รู้จะเก็บเรื่องราวดีๆ ไว้ทำไม *เข้าบทโศก
 
พูดแล้วเศร้าเนอะ.
 
 
 
ไม่มีใครเค้าอยากต้องผ่านกระบวนการ "เลิกกัน" หรอก
สิ่งสุดท้ายที่เลือกได้ คงได้แต่ทำใจ เข้าใจ และmove on
 
สิ่งสุดท้ายที่อยากขอ...
 
 
 
 
 
 
 
 
 
แค่อยากให้เข้าใจ.
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ปล. ขอโทษถ้าเข้ามาอ่าน ไม่ได้ว่า อย่าเพิ่งเครียด เราเขียนสิ่งที่เรารู้สึก มันไม่ได้ผิดใช่มั้ย?
 
ปล. ขอโทษที่ทำไม่ได้ อย่างน้อยเราก็ยังอยากเป็นเพื่อนกัน...
5月27日

white night.

 
 
 
คอนเสิร์ตแรกที่สนุกในรอบปีกว่า
 
ความรู้สึกของการเป็นคนดู
การไร้อภิสิทธิ์ (เวชชาชีวะ)
และการไร้เพื่อน
 
ทำให้
 
ข้าพเจ้าต้องพกพี่ชายไปดูคอนเสิร์ตในงาน SMIRNOFF WHITE EXPERIENCE
เพื่อนเบี้ยวอย่างไร้เยื่อใย พี่ชายตูจึงซวย รับเคราะห์ พาฉันไปงานที่จัดกันไกลลิบลิ่ว
พี่ชายทำหน้าไร้อารมณ์ ได้แต่พยักหน้าหงึกๆ คงคิดในใจว่า *ไปก็ได้วะ แง่ง
เกือบไม่ได้ไปดู เพราะสิบนาทีก่อนออกจากบ้าน อารมณ์แบบว่า 'เหี้ยน ไม่มีเพื่อน จะสนุกป่าววะ' มันกำเริบ
พาลให้คิดมากไปต่างๆนานา ว่าถ้าไม่สนุก พี่กูต้องนอยมากแน่ๆ เลย
แต่จิตใต้สำนึกอีกตัวก็เถียงฉอดๆ ขึ้นมาว่า 'ไปเหอะน่า ถือซะว่าหาอะไรทำ ชีวิตปกติมึงซ้ำซากซะขนาดนั้น'
 
โอเค อีจิตใต้สำนึกใจร้าย ไม่เห็นต้องว่าตูก็ได้
 
ขับรถฝ่ารถติดย่านพระรามเจ็ดไปถึงรัชโยธิน
งานมันจัดตรงที่จอดรถ MRT - "จอดแล้วจร" - ชื่อจ๊าบสุดๆ
จัดกันบนดาดฟ้าน่ะ แหม่ะๆๆ เก๋ซะ
งานนี้เค้าให้ dress code เป็นสีขาว ตามชื่อ white experience - เห็นมีคนใส่สีดำไรงี้มาด้วย...อื้ม ไอฉันก็เคยคิดงั้นนะ แบบว่าเปรี้ยวๆ เด่นๆ แต่คล้ายๆ ว่าเคยทำอะไรแบบนี้ แล้วพออยู่ในงานก็ได้แต่คิดว่า โหย อยากแต่งตามtheme บ้าง น่าสนุกจาง ทำตัวเด่นไปก็เท่านั้น - งานนี้เลยต้องนุ่งขาวห่มขาว ตามที่แฟนเรียกร้อง เหอะๆๆ
 
ศิลปินที่มาร่วมคอนเสิร์ต ก็มี SQWEEZ ANIMAL / SLUR / FUTON แต่ก็มีดีเจมาเปิดแผ่น ตั้งแต่รุ่นใหญ่อย่าง พี่โต้ สุหฤทธิ์ / DUDESWEET / พี่ตุลย์ อพาร์ทเมนต์พี่แม่ feat. NARA แต่ละคนนี่ ชั้นเซียนทั้งสิ้น
ทั้งคอนเสิร์ตและตัวปาร์ตี้ เราว่าชิวมาก เนื่องมาจาก บรรยากาศชั้นดาดฟ้า ที่ลมพัดตลอดเวลา คนที่ไม่แออัด และจุดที่เราสถิตย์กัน ก็ไม่มีใครมาเบียดชนให้หงุดหงิดใจ
สควีซแอนิม่อนวงแรก - วงที่ตั้งใจมาดูประมานหนึ่ง (หลังจากที่พลาดไปหลายรอบ เลยหมดอารมณ์แล้ว) ปรากฎว่า ทะไมเล่นสดได้ improvise ขนาดนี้ แอบชอคเล็กน้อย แต่งานมันเพลินๆ เลยแอ๊บเบลอเอนจอยนักดนตรีไปตามเรื่อง ส่วน slur นี่เหมือนมาเล่นเมดเล่ย์ ไม่มีการพูดคุยกะคนดู ไม่มีการปฏิสัมพันธ์อะไรทั้งสิ้น - เห็นบู้พยายามโยนสติกเกอร์แจกคนดู แต่ลมไม่เป็ฯใจ บู้จำต้องนอย แล้วไปเล่นกีต้าร์ตามหน้าที่ต่อไป ส่วน futon ที่ขอข้ามไปเลย ให้ความบันเทิงได้เหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน ไม่ผิดหวังจริงๆ (เอ...แต่อยากเห็นโมโมโกะเนอะ...*หงึๆๆ)
 
สนุกจางงง~
ไม่ได้รู้สึกว่า ได้ดูคอนเสิร์ตมานานเนิ่น ประทับใจๆ *พริ้ม~
คอนเสิร์ตต่อไปอะไรน่ะ? ปาล์มมี่-ทีโบนซะดีมั้ย ฮึ่มๆๆๆ
 
(~*w*)~
 
5月24日

หมดวัย

 
 
 
 
อยากมีอะไรจะเขียน
 
อยากมีอารมณ์จะเล่า
 
อยากขยันอัพบลอกอย่างไร้เหตุผล
 
อยากระบายอารมณ์ได้ตลอดเวลา
 
ชีวิตที่มันมีขอบเขตนี่มันช่างลำบาก
 
...
 
 
 
 
เมื่อไหร่จะได้ดูยูทู้ปซะที *น้ำตาปริ่ม
 
 
 
 
5月17日

4 วันผ่านไป...

 
 
 
 
กูยังไม่ได้ออกไปไหนเลย
 
เป็น 4 วันรวดที่อยู่บ้าน นอนสต๊อป - ไกลสุดที่ออกเดินทาง คือ เดินออกไปแงะจดหมายจากรั้วประตู
 
เป็น 4 วันที่ทรมานสู๊ด สู๊ดดดดดดดดดดดดด!!
 
อยู่บ้านก็ไม่มีอะไรทำ
 
ตื่น กิน อาบน้ำ เล่นเนต ดูทีวี อ่านหนังสือ
 
ดูทีวี กิน เล่นเกม ดูทีวี เล่นเนต นอน กิน
 
อาบน้ำ เล่นเกม อ่านหนังสือ เล่นเนต นอน
 
วนไปวนมา ไม่รู้จะทำไร ก็เลยทำอยู่เท่านี้
 
ไอการอยู่บ้านเฉยๆ นี่มันเหี้ยอย่างนี้นี่เอง
 
โอ้.. ไม่เฉยนะ
 
อยู่บ้านพร้อมอาการปวดหัวขั้นโคม่า - ปวดตลอดเวลา พยามนอน แอ๊บเบลอใส่ แต่ปวดมาก ขมขื่นจนต้องตื่นขึ้นมาฉี่แก้เขิน
 
ห้องรกมาก ไม่มีอารมณ์จัด
 
จิตใจเละเทะมาก จนบอกไม่ได้ ว่าตอนนี้รู้สึกยังไง - อะไรที่รู้สึกก็บอกออกไปไม่ได้อีกตะหาก จิ๊กกริ๊วววว~
 
แต่ก็รู้สึกสะอาดดี เพราะตื่นมาอาบน้ำ ตกเย็นซักพักก็อาบน้ำอีกแล้ว
 
ปวดหลัง - นั่งเล่นเนตนานๆ
 
ปวดข้อมือ - ใช้เมาส์ฝึกสกิลเสิร์ฟอาหารมากไปหน่อย
 
ปวดแขน - เล่น wii จนทรมาน
 
ปวดกบาล - เข้าโหมด รู้สึกว่ามีแต่คน เกลียดกู ไม่เข้าใจเรา
 
คิดว่า ช่วงนี้ ใกล้ๆ เมนจะมา เลยเดาว่าทำให้ตัวเองหดหู่เป็นพิเศษ - sensitive ขั้น 500 แรงม้า
 
อะไรๆ ก็ดูน่าผิดหวัง อะไรๆ ก็ช่างบีบหัวใจ
 
"เบื่อมาก" - เป็นคำติดปากตั้งแต่วันจันทร์
 
กรุงเทพไม่มีอะไรทำขนาดนั้น?
 
ฉันไม่อยากเดินห้าง ฉันไม่อยากชอปปิ้งใดๆ
 
ไม่ชอบกินอาหารไฮโซ ชอบกินก๋วยเตี๋ยวเฉยๆ - จะถ่อออกไปกินก็กระไรอยู่ ค่ารถแม่งแพงกว่าก๋วยเตี๊ยว 1 ชามอีก
 
ไม่อยากทะเลาะกะอั๋นแล้ว - ขอโทษนะ เราร้องไห้ทุกทีเลย
 
ไม่อยากแต่งตัวออกไปเดินห้าง - ไม่รู้ว่าแก่เกินไปแล้วรึเปล่า เดินห้างแล้วปวดหัวมั่กๆ
 
 
วินาทีนี้ปวดหัวจี๊ดเลย โอ้......
 
อยู่บ้านจนไข้ขึ้นเลยตู
 
เล่นเกมดีกว่า.
 
 
 
 
คำเตือน - การอยู่บ้านเปล่าๆ ปลี้ๆ นานๆ ทำให้รู้สึกว่าคุณค่าตัวเองลดต่ำลงยิ่งกว่าหุ้นชินคอร์ป (มีป่ะวะ? หะๆๆๆ)
 
5月15日

เบื่อ

 
 
 
เบื่อมาก.
 
 
 
 
กิจกรรมที่พอจะทำได้ เมื่อคุณไร้วิญญาน:
 
ฟังเพลง ที่ไม่หนวกหู
 
อ่านหนังสือ ที่ไม่ต้องใช้สมองมาก และไม่เกี่ยวกับเหตุบ้านการเมือง
 
ดูทีวี กดรีโมทไปเรื่อยๆ ให้ถ่านมันหมดไวๆ
 
นั่งจ้องจอคอมพิวเตอร์
 
นอน
 
 
 
 
เบื่อมาก.
 
อยากไปออส.
 
 
 
 
 
เอาแต่ใจมาก.
 
นอย.
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
I've fallen out,
you just need someone to hold on to.
 
 
 
5月13日

weekend

 
 
ใครที่เข้ามาอ่านบ่อยๆ อาจจำบลอกวันที่เขียนเกี่ยวกับ การ์ตูนเรื่องศรีธนญชัย เมื่อนานเนิ่นมาแล้ว
คือถ้าเวลา edit บลอกแล้วมันไม่โชว์ว่ามีคนมาคอมเม้น เราคงไม่กลับไปอ่าน
 
เมื่อเช้ามีเรื่องสะใภ้ --- มาเชคบลอกแล้วเจอคนมาคอมเม้นท์ ลงชื่อ "ผู้จัดทำ"
ในหัวนึกจินตนาการ ไปถึงตอนเขียนเรื่องคุณอุ้มกับ7วันที่ตาบอด ตั้งแต่สมัยอยู่ได'ฮับ แล้วมีทีมงานมาคอมเม้นไว้
--- ตอนนั้นซึ้งใจ น้ำตาแทบร่วง
 
มารอบนี้ พอดีว่าเราไปตำหนิรายการเค้า แต่เข้าใจว่าติเพื่อก่อ...
ปรากฎว่า เค้ามาติคืนหน่ะ... โอวว แม้แต่จ๊อดยังหลบวิถีกระสุนแทบไม่ทัน
 
ก็ไปอ่านได้นะ เอนทรีดังกล่าว >> การ์ตูนเรื่องศรีธนญชัย
อ้อ.. แล้วถ้าสมมติว่า คุณผู้จัดทำ ที่คอมเม้นไว้มาอ่านหน่ะค่ะ
ขอโทษทีนะคะ ที่ไม่ได้โทรไป
สิ่งที่ต้องการบอก และแนะนำ ได้บอกไว้ในเอนทรีนั้นเรียบร้อยแล้ว
เลยไม่ได้คิดว่าต้องโชว์ความไม่ป๊อด ใดๆ หน่ะค่ะ......หรือถ้าอยากคิดว่าเราป๊อด ก็โอเคนะคะ ไม่ว่ากันๆ
แต่ถ้าคอมเม้นแบบเอนทรีที่แล้ว แล้วทำให้สบายใจ หรือถ้าบลอกเราช่วยให้ท่านหายอึดอัด
ยินดีค่ะ ยินดี :)
 
 
 
 
 
 
โอเจ เรื่องต่อไป
 
กูจะไป Sydney แล้วไม่ได้ไป
 
แล้วคนมันก็เห็นแก่ตัวกันไม่สิ้นสุด
 
เอาเถอะ กูมันจน
 
NEXT!!
 
 
 
 
 
 
 
เวลาที่ไปดูดวงกันเนี่ย... เชื่อคำทำนายที่เค้าว่า มากน้อยแค่ไหน?
เพราะเราคิดว่า เวลาดูหมอพวกนี้ ซักพักก็จะลืม ถ้าไม่มีเหตุการณ์ไม่ดีๆ อะไรสะกิดใจ
เพราะเวลามีอะไรดีๆ ไม่ค่อยมีใครเค้าคิดจะหาหมอดูกันหรอก...จริงป่ะละ?
หรือ จะเป็นอีกกรณี สำหรับบางกลุ่มคนที่ถือคติว่า "เราเป็นคนกำหนดชีวิตของเราเอง"
ฉะนั้นไม่ว่าหมอดู จะทำนายอะไร แม่จะฝ่าอุปสรรคให้สิ้น ให้มันรู้ไปว่า กูกำหนดชีวิตกู หรือมีใครกำหนดไว้แล้วไม่ยอมบอกกัน
 
อื้มม.....อยากกำหนดชีวิตตัวเองจังเลย คงจะเท่ห์น่าดู.....
(ซินแส แกบอกว่า ช่วงอายุนี่ฉันขี้เกียจมาก --- เลยว่าจะโชว์ไม่ขี้เกียจให้รู้แร่ด... แต่คิดว่าคงไม่รอด กลับไปขี้เกียจตามฟอร์ม อะครึๆๆๆ)
 
 
 
 
 
 
การตัดสินใจต้องใช้เวลา
คุณค่า มันอยู่ที่เราพิสูจน์ตัวเอง
....
 
โอ้.... ไม่เข้าใจ แต่ฟังดูเท่ห์พิกล
กรั่กๆๆๆ
 
 
 
 
 
 
 
5月6日

HAPPYNESS

 
The Pursuit of Happyness
 
เพิ่งได้ดู ตะกี้เรย
ก่อนดู ก็เล่าให้พี่ชายฟังว่า คุณโน้ตเคยบอกว่าให้ไปดูหนังเรื่องนี้ มันช่างตรงกับชีวิตพวกเรา
ทุกคนในวงอาหารกลางวันก็หันไปถามว่า "ยังไงวะ ไอคุณโน้ต"
พี่แกก็บอกว่า "ก็ไม่มีงานทำไง" --- โอ้ว........จริงของมัน
 
ดูหนังเรื่องนี้แล้ว ก็ได้แต่นึกถึงชีวิตข้าพเจ้าที่สุดแสนจะจะสบาย และเป็นเหมือนเด็กเจเนเรชั่นนี้คนอื่นๆ --- สปอยล์
เด็กรุ่นเราๆ เดี๋ยวนี้ ไม่ค่อยเห็นคุณค่าของความสบายที่พ่อแม่ญาติผู้ใหญ่ลำบากน้ำตากระเซ็นจัดใส่พานมาถวายให้
เท่าที่เห็นๆ ก็ได้แต่พร่ำบ่นว่าชีวิตฉันมันช่างลำบาก อย๊ากอยากจะร่ำรวย จนโดนตรวจสอบทรัพย์สินแบบทายาทอดีตนายก
แต่ลองเหลียวหลังกลับไปดูข้าวของที่ใช้อยู่ ค่าอาหารแต่ละมื้อที่บริโภคกันอย่างเฟือยฟุ่ม
แน่นอน ชีวิตในกรุงเทพมหานครฯ อะไรๆ มันก็ต้องแพงเป็นธรรมดา
...แต่มันจำเป็นจริงๆ หรือ??
 
ลองดูหนังเรื่องนี้ แล้วจะรู้สึกว่า กูนี่ช่างสบาย สบ๊ายยยยย สบาย เอาซะเหลือเกิน
อุปสรรค หรือ "ความลำบาก" ที่เผชิญกันอยู่ทุกวันนี้ มันมาจากชะตากรรมอันโหดร้าย หรือนิสัยรักสบายอย่างไม่รู้ตัว
เราอาจมองว่า แต่ทางเลือกที่เรามีอยู่มันช่างน้อยนิด --- แต่ไอ "ทางเลือก" น้อยนิดพวกนี้ มันถือเป็นโอกาสอันยิ่งใหญ่หากเราย้อนเวลากลับไปเมื่อ 20-30 ปีก่อน
 
ไอฉันเองก็รักสบาย แต่มันกลายเป็นว่า ทำให้เราไม่เคยเข้าใจว่า "ลำบาก" แท้จริงแล้วเป็นอย่างไร
หากไม่เคยลำบาก จะไม่มีวันรู้จัก "ความสำเร็จ"
หากไม่เคยลำบาก จะไม่มีวันรู้ว่า "ความสุข" ที่ต้องต่อสู้ให้ได้มานั้น มันอิ่มเอมซักเท่าใด
 
โอ๊ทส!!
*ออกไปหางานทำดีกว่ากรู (T^T')
 
 
ปล. กูขอโต้ดที่จิกชื่อหนังเรื่องนี้มาตั้งแต่เห็นโปสเตอร์กันเลยทีเดียว *จ๋อยย~
 
5月4日

แล้วฉันจะอยู่กับใคร

 
 
it was brief..
too brief I almost forgot to breath.
 
it was a chaos,
a beautiful chaos I welcomed endearly.
 
the heart is still crushing hard as I'm typing away.
 
 
but its only life.
all about learning..
 
getting hurt..
learning.
 
getting hurt..
learning.
 
getting hurt..
learning.
 
senseless.. numb
fuck learning.
 
I'm out.
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
แล้วกูจะอยู่กับใคร.
 
 
 
 
5月1日

จ๊าบ~จ๊าบ (หุๆๆ)

 
ขอโทษนะ กรูชอบมิวสิควีดีโอเพลงนี้
น้องๆทั้งสอง แม่งน่ารักม๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
 
Fourfan.com Fourfan.com Fourfan.com Fourfan.com
 
แต่งตัวจัดซู๊ด~ซู๊ดดดดดดด
กรุณากดตามไปฟัง เพลงบ๊องๆ แต่ขอให้ลองดูมิวสิควีดีโอ อ่ะโหววววว จ๊าบหว่ะ
 
 
 
 
 
Me, Myself ...ชื่อไทย อะไรก็ไม่รู้ (?!)
น่ารักดี น้ำตาร่วงหลายดอกเลยกู
เป็นหนังน่ารักๆ อย่างที่ใครๆ บอกกันด้วย
อย่าคาดหวังมาก เข้าไปดูนางเอกแต่งตัวอินเทรนด์ และอนันดาล่ำบึ้กเป็นพอ
 
อย่าดูถูกๆ
*ปาดน้ำตา ปื้ดดดดดดด
 
ไม่มีไรละ ปวดท้อง ไปก่อนน๊า~
บุ๊บบุยยยย
 
 
ปล. สองสามวันมานี้ เพิ่งได้กล้องเวบแคมมาใหม่ โอ้ เทคโนโลยีมันช่างสนุกสนานอย่างนี้นี่เอง ครุคริๆ
ปล. องค์เจ้าแม่โปรเจคลงมาประทับแว้วววว~
ปล. เลิกลดความอ้วน วันก่อน ไม่ได้กินข้าวเย็น แม่งนอนไม่หลับ ปวดหัวมาก ตื่นมา รีบกินข้าวเช้า เพราะมือสั่นไม่หยุด กินข้าวเข้าเสร็จ มือยังสั่นระริกเป็นเจ้าเข้า.....โอ้...น่ากัวแสด เล่นเอามารดาเครียดเรย (T^T) 
 

อนุบาลอินดี้

 
ไม่ค่อยติ๊ดเลยเนอะ เดี๋ยวนี้...
 
 
 
เป็นไรหว่า ฉัน?