Profiel van Pam. w a n d e r i n g p a ...Foto'sWeblogLijsten Extra Help

Weblog


    03 december

    ไม่กี่วันมานี้...

     
     
    ม๊อบยังนอนตากแอร์อยู่สนามบิน กะว่าจะสลายโต๋ก่อนวันพ่อ - สลายม๊อบเฉลิมพระเกียรติ
     
    พระจันทร์ ยิ้ม - กาแลกซี่หาเรื่องเบี่ยงเบนความสนใจคนไทยได้ดี
     
    เจ้านายเห็นว่าช่วงนี้เงียบๆ เบื่อๆ เลยให้งานเพิ่ม
     
    ศาลสั่งยุบพรรคพลังประชาชน - เห็นเค้าแจกใบสมัครเข้าพรรคเพื่อไทยกันแล้ว
     
    พระจันทร์ ไม่ยิ้ม - ไม่รู้กาแลกซี่เป็นนปช. รึเปล่า
     
    ไม่มีนายก
     
    ม๊อบกลับบ้านไปนอนพัดลม
     
    แล้วก็กำลังจะมีนายก
     
    สนามบินกำลังจะเปิดให้ใช้
     
    เศรษฐกิจไทย คงต้องการ PR อีกบาน
     
    Windows Live Space เปลี่ยนไป - กูละเบื่อ hotmail จริงๆ
     
    ฟอนท์ในสเปซตรูก็เปลี่ยนไป
     
    แล้วตอนนี้งานตรูก็เพิ่มเป็นสองเท่า ในราคาเท่าเดิม
     
     
     
     
     
     
     
    เมื่อวานตี๋พูดว่า "พอเลิกม๊อบ พวกพันธมิตรคงจะเหงา"
     
    เราว่าเดี๋ยวเค้าก็คงมีจัดมีตติ้งกัน เหมือนพวกเวบบอร์ดแหละ
     
     
    28 november

    I lost my soul.... somewhere along this journey.

     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
    I'm picking up its pieces... hoping it will be whole again.
     
    :)
     
     
     
    18 november

    ไปรับน้องเอกจิตฯมา

     
     
    ช่ายๆ ไปรับน้องมา.....
     
    แก่มั่กๆ เน้อ
     
     
     
     
    น้องๆ รุ่นที่จัดคือ จิตวิทยา ธรรมศาสตร์รุ่น 44
    ส่วนอีปีแก่สุดที่ไป ก็คือพวกเรา จิตวิทยา ธรรมศาสตร์รุ่น 39
     
    อีพวกแก่ๆ ทั้งหลายก็ไปแค่เพราะต้องการชิว
    ต้อมแบก percussion ร้อยสี่สิบเอ็ดชนิดไปด้วย บิ๊กก็เอามาเพิ่มอีก แถมบิ๊กมันกินถ่านอัลคาไลน์เป็นอาหาร พลังงานไม่มีตกอีกตะหาก
    เนก็หอบกีต้าร์มา เป้เล็กมาวันที่สองก็เห็นว่าเอาอีก้อนที่เหมือนจะเป็นกลองมากะเค้าด้วย.....อินมะ?
     
    จากสภาพความชิวข้างต้น เมื่อเรากลับมาดูน้องๆ ปีสามที่จัดงาน
    น้องๆ โคตรจริงจังเลย จริงจังจนรู้สึกว่า ตอนเราอยู่ปีสาม คงจริงจังไม่ได้ 3/4 ของน้องเลย
    ไม่รู้น้องๆ กดดัน หรือรำคาญรึเปล่า ที่พวกเรามาเสือก ทำหน้าตาไม่เดือดร้อน และดูจะก่อกวนน้องๆ อยู่พอสมควร
     
    กิจกรรมที่น้องจัดไว้ แน่นเอี้ยด.....แน่นจนแทบไม่มีเวลาหายใจ --- ขนาดบายศรี ยัง express เสร็จภายใน 15 นาทีเลย (=*=)
    กิจกรรมบางอันก็ยาวไป ถึงขนาดเพื่อนๆ ของน้องเอง ยังเดินหนีไปนอนกัน *ผ่างงง
    กิจกรรมหลายอันก็สร้างสรรค์ แต่เวลาไม่เอื้อ ก็ทำให้ต้องผ่านเลยไป เหมือนมันไม่ได้เกิดขึ้น
    ส่วนกิจกรรมหลักที่น้องแสนจะตั้งใจ ด้วยเวลา และสภาพผู้ทำกิจกรรมไม่เป็นใจ ก็เป็นอันต้องพับไป อย่างน่าสลด
     
    น้องๆ มีความมุ่งมั่นที่จะ "เปลี่ยน" สิ่งเดิมๆ งั่งๆ ที่พวกพี่เคยทำมา --- ส่วนตัวแล้ว พี่ว่า มันก็ดีนะ
    แต่น้องเล่นมาจิกต่อหน้า ว่ากิจกรรมที่ผ่านๆ มามันน่าเบื่อ --- อั๊ย! อันนี้พวกพี่ก็น้อยใจเป็นเหมือนกันนะนี่ (T^T)
    จุดประสงค์น้องก็ชัดเจนดี พวกพี่ทุกคนก็เกตอยู่ แต่ว่าในเมื่อมันไม่เวิร์ค น้องก็ต้องยอมรับและเข้าใจ ให้มันเป็นบทเรียน จะได้ดีๆ ขึ้นไป
    เพราะจะมาขอโทษทีหลัง นี่พี่ก็ไม่รู้ว่าน้องขอโทษทำไม........ เพราะน้องก็ไม่ได้ทำไรผิดอ่ะนะ
    ยกเว้นว่าน้องขอโทษที่ด่าพี่ในใจ อันนั้นก็โอเค --- พี่เป็นน้อง พี่ก็คงด่าเหมือนกัน แฮ่~
     
    ส่วนพวกแก่ๆ ก็คงต้องเรียนรู้ที่จะให้โอกาสน้องเค้าบ้าง
    เอาจริงๆ เราก็ไม่ได้ อายุต่างกันมากมายอะไรนัก.... ใครๆ ก็พลาดกันได้
    ไหนๆ พวกเราไปชิว....... จะไปซีเรียสอะไรเนอะ
     
    เบลอไป
     
    ถ้าน้องเค้าทำแบบที่พวกเราๆ เคยทำกันมาตลอด มันก็อาจจะไม่น่าสนใจเอาซะเลยก็ได้นะ
    กูว่า กูกลับมา ก็รู้สึกว่าสนุกไปอีกแบบนึง
     
    แค่น้องแม่งจุดพลุอลังการขนาดนั้น ก็ได้ใจกูไปละ 555+
     
     
     
     
     
    ปีหน้าชวนด้วยนะ อยากไปพูดซึ้ง แบบไม่มีไอยอดแย่งซีน.... สาด
     
     
     
    11 november

    เย็นเยียบ

     
     
    อยู่ข้างนอก ลมพัดเย็นสบาย
     
    อยู่ในออฟฟิศ หนาวเหมือนอยู่ในตู้เย็น --- ใส่สามชั้นแล้วยังเอาไม่อยู่
     
     
     
     
     
    อากาศหนาวๆ แบบนี้ ก็เริ่มทำให้คนโสดอยากหาเรื่องมีแฟน
    เคยมีใครพูดวะ ว่าช่วงนี้ให้รีบหาแฟน พอเริ่มหายหนาว ให้บอกเลิกแม่งเลย
    กรั่กๆๆๆๆ....
    หรือกูพูดเอง? 5555555+
     
     
    อากาศดีแบบนี้ ฟังเพลงพี่บอย ตรัย กี่ทีก็เหง๊าเหงา
    แม้ว่ามีแฟนแล้ว ฟังเพลงพี่มันก็ยังเหง๊าเหงาาาาาา
    อยากไปนั่งกินชาเอินเกร แล้วให้ลมมันตีหน้าโฮกๆ
     
     
    ช่วงฤดูนี้ ลานเบียร์ก็จะเงินดีเป็ฯพิเศษ
    นึกถึงตอนไปนั่งกินเบียร์ที่ดาดฟ้าเจ อเวนิว --- เหง๊าาาาาาาาาาาา หงาววววววววววววว~
    คิดถึงอีเมม๊ากมาก (/TnT)/
     
    22 oktober

    ป่วยการเมือง

     
     
    วันนี้ตื่นมา มึนหัวตึ้บ - หัวหนัก เหมือนมีหัวเพิ่มมาอีกห้าอัน
     
    ไม่ได้ไปทำงาน เพราะไม่สบาย เกิดจากอาการแพ้ฝุ่น ทำให้น้ำมูกไหลย้อยนอนสต๊อป 
    แล้วลามไปจนถึงอากาศหนาวจัดในออฟฟิศ ทำให้น้ำมูกยิ่งไหลย้อยกันอย่างสนุกสนาน
    เย็นวันนั้นไปเดินเซนทรัลเวิร์ล.... เออ ก็ไม่รุ้เป็นอะไรนะ อีห้างพวกนี้ มันจะเปิดแอร์ให้คนในห้างแข็งตายหรือว่าอย่างไร
    โลกมันร้อนหน่ะรู้มั้ย เปิดแอร์น้อยๆ จะได้ไม่สร้างมลพิษอะไรอีกมากมาย --- อีกอย่าง... กูหนาว
    เดินไปทั่วห้าง ฮัดชิ้วไปทุกส่วนของห้าง คาดว่าตอนนี้เชื้อโรคได้แพร่กระจายครอบคลุมพื้นที่ทุกส่วนของห้าง เซนทั่นเวิน เซน และอิเซตัน
     
    สรุป วันนี้ป่วย......จริงๆ
    นุชจิตโทรมา บอกว่ามาหาลูกค้าที่ตึก จะจิกให้ออกมานั่งกินไอติมเป็นเพื่อน
    พอบอกไปว่าป่วย อยู่บ้าน --- มันด่าฉันว่า "ป่วยการเมืองหน่ะซิแก"
     
    เอ๊า! หน้าตากูดูเป็นคนโกหกหรอ....เสียใจ
     
    อย่างไรก็ตาม.......
    เวลาคนแอ๊บป่วย ทำไมต้องเรียกว่า "ป่วยการเมือง"?
    ว่าจะโทรไปถาม ราชบัณฑิตยสถาน เห็นเค้าบอกว่ามีปัญหาเรื่องภาษาไทยให้โทรไปถามได้
    แต่ก็เห็นว่ามันดึกแล้ว เลยลองมาถามในนี้ เผื่อใครจะมาตอบ
    นะ~นะ :)
     
     
    ***
     
    นี่นั่งดูข่าวช่องสาม.....
    เดี๋ยวนี้ช่องสาม ให้ประชาชนเสพข่าวกันอย่างดุเดือด
    แถวขุดคุ้ยข่าวกันเอง อย่างจริงจัง
     
    ช่วงแรก รายงานข่าวเรื่องคดี "ทุจริตลำไย"
    ลำไยในโกดังอ่ะ มีมูลค่า 30 ล้าน แม่งเผาเหี้ยน กะทำลายหลักฐาน
    ลำไยอ่ะ 30 ล๊านนนนนนนนนนนนนนนนน --- คนเราแม่ง คิดหาวิธีโกงกินได้มากมายจริงๆ
     
    อีกข่าวก็....
    ข่าวที่นายก โดนเอามือตบ มาตบไล่ระยะประชิด
    คือรู้นะว่าต่อต้านกัน.... แต่เห็นจากภาพข่าวแล้วสงสารหว่ะ
    นายกโดนบอดี้การ์ดหิ้วขึ้นรถ ตัวลอยเลย คนตบ แม่งก็จะเอาไอมือตบพลาสติกมาฟาดหน้าอยู่ละ
    นายกตัวกระจึ๋งนึงอ่ะ ตัวเล็กมาก จนสูทที่ใส่ยังหลวมเลย.....เห็นแล้ว สลดแทนประเทศชาติ...จะไหวมั้ยเนี่ย
     
    เห็นว่า พันธมิตร หอบล้อย้ายทัพไปแล้ว.......
    ก็ดีนะ.....ไปทำงานทำการกัน้เถอะ ยินดีด้วย
     
     
    05 oktober

    800

     
     
    วันนี้ไปดูคอนเสิร์ต Etc. มา
     
    จะมาเล่าให้ฟังว่ารู้สึกยังไง ในมุมมองของคนจน ซื้อบัตรในราคา 800
     
    (ง่วงหว่ะ.....กรี๊ดดดดด แต่อยากเล่า กลัวหมดอารมณ์)
     
     
     
     
    ออกจากสยามตอน 5 โมงได้ มุ่งหน้าไปยังอินดอร์ สเตเดียม หัวหมาก
    รถติดแบบ.....แบบ......แบบว่าติดชิบหาย มึงจะไปไหนกันหรอ จะต้องมาเลือกไปทางเดียวกะกู
    มึงจะไปดูคอนเสิร์ตเหมือนกูกันหรออออออ อาร๊ายยยยยยยยยยยยยย
    นั่งตบตีกะตี๋อยู่ในรถ กว่าจะถึงอินดอร์ ก็สองทุ่ม (=..=')
     
    จอดรถได้ เดินเร็วซะจนแอบคิดว่า หรือกูจะไปลงแข่งเดินเร็วมาราธอนดี อาจจะรุ่ง
    (เดินเร็วแค่ไหนไปถามตี๋ได้)
    ฉากนี้ ตี๋ได้รางวัลอดทนยอดเยี่ยม เพราะกูนอยมากที่มาสาย
    ถึงจ่ายตังค์น้อยแต่ก็อยากจะได้ดูทุกวินาทีให้คุ้มเงินนะเฟร้ย!!
     
    เออ....ไม่ใช่อะไร ไม่อยากเข้าไปดูตอนกลางๆ อยากเห็นตั้งแต่เริ่มคอนเสิร์ตมันจะได้เป็นการบิ้วอารมณ์ให้ตื่นตุ้มขึ้นเรื่อยๆ
    จะได้อินๆ ไง
    (800 ยังจะงกอีกเนอะ)
     
    เข้าไปในฮอลล์แล้วก็รู้สึกว่า มันช่างอบอุ่นเสียนี่กระไร
    เวทีเป็นวงกลม อยู่ตรงกลาง ประหนึ่งคอนเสิร์ตจัสติน ทิมเบอร์เลค (เด๋วนี้ฝรั่งเค้าฮิต ทำเวทีวงกลมนะ ไม่รู้ลอกคอนเสิร์ตป้าเบิร์ดมาอ๊ะป่าว)
    ไอการที่เวทีเป็นวงกลม ทำให้รู้สึกว่า ฮอลล์นี่มันเล็กนิดเดียวเองแฮะ
    และยังทำให้รู้สึกว่า จ่าย 800 แต่ก็ได้วิวที่ไม่ขี้เหร่นะเนี่ยยยยย
    (แต่ลุกขึ้นเต้นไม่ได้นะ เด๋วคนข้างหลังด่าแม่ - เพราะกูก็ด่าคนข้างหน้าเหมือนกัน แม่งลุกเต้นแล้วบังฉัน)
     
    ตอนเข้ามาเค้าร้องเพลงไรกันอยู่ไม่รู้ แต่ตอนนั้นเดือดมั่ก เดินจากที่จอดรถที่ลิบโลก
    นั่งสงบสติฟังเพลงนั้นจบ
    ก็เห็น คุณหนึ่ง นักร้องนำมีคนเอาเสื้อผ้ามาถอดใส่ๆ ให้
    พี่แกใส่แจคเกตลายธงชาติอังกฤษ แล้วก็แขวนสร้อยไรไม่รู้ ดูเป็นฮิปฮอปมัธยมต้นมาก - เห็นแค่นี้เลยรู้เลยว่าเพลงต่อไป เป็น "นางฟ้า" ชัวร์
    พออินโทรมา ก็บิ้วคึกคักทันที เพราะเพลงนี้มีพี่โจ้ featuring ด้วยน๊า~~~~~
    พอเป็นท่อนที่พี่โจ้จะต้องร้อง พี่โจ้ก็วิ่งปรู๊ดขึ้นมา คนก็กรี๊ดดดดดดดด ~ กูก็กรี๊ดดดดดดดดดดดด
    เฮ้ย! ป๋าเทพหว่ะ
     
    กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    ฮาเลย
    แต่งตัวฮิปฮอปด้วย
    ร้องงึมงำไปได้ซักพัก เริ่มจับไต๋ได้ว่ามั่ว เลยหยุดร้อง แล้วพี่โจ้ก็ขึ้นมา พยายามจะลากให้ป๋าร้องให้จบ - ก็ไม่จบ
    จะร้องอีกเพลง - ป๋าเทพก็ทำล่ม - เลยเปลี่ยนเป็นโฆษณาหนังหลวงพี่เท่งแทน 5555555555 ไรวะ โฆษณาแฝงได้อีก
    ป๋าเทพลงไป พี่โจ้ก็ร้องอีกสองสามเพลง แล้วก็ชิ่ง
     
    แล้ว Etc. ก็ซัดเพลงช้ากระแทกขั้วหัวใจตามฟอร์ม
    ตามมาด้วย แขกรับเชิญ แอน ทองประสม ขึ้นมาร้องเพลงคู่กะคุณหนึ่ง
    ตามมาดว้ย พี่หอย / คุณโอม ชาตรี / และ ทาทา ยัง
     
    ขอผ่านเร็วๆ เพราะประเด็นเนี่ย จะมาเล่าเรื่องทาทา ยัง
    โห๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
    แรงม๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    แจ๋นแจ๋มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    แต่ได้ใจมาก!
     
    รู้สึกว่าเค้าโปรเฟชชั่นน่อน แล้วเค้าสามารถดึงคนดูทุกคนได้อยู่ (หรือไม่ก็ดึงกูได้คนเดียวนี่แหละ)
    แล้วร้องเพลงทีแบบ ฮอลล์จะแตก เสียงอลังการได้อีก ช่วยเอาไมค์ไปห่างๆ ปากได้มั้ย
    แต่ต้องยอมรับนะ ว่าเค้าเก่งมาก นับถือเลยอ่ะ รู้สึกเลยว่าเค้าเจ๋ง
    จากที่คอนเสิร์ตชิวๆ มาตลอด พอทาทามา ทุกอย่างมันดูสนุก คอนเสิร์ตมันดูมีชีวิตขึ้นมาอีกห้าจุด
    เจ๋งดี ชอบหว่ะ
     
    แล้วทาทา ก้ร้องเพลงที่ข้าพเจ้ารออยู่ "หมดเวลา"
    จะร้องไห้หว่ะ เศร้ามั่ก มั่กๆๆๆๆๆๆๆๆ
    แล้วเสียงแบบ (ดัง) เสียงดีอ่ะ เก่งเนอะ
    แล้วที่เห็นว่าตัวใหญ่ๆ ขึ้นเนี่ยนะ.....คนแต่งตัวให้เค้าก็เก่งนะ เราว่าเค้าสวย ถึงจะพูดมากไปหน่อย แต่วันนี้ได้ใจมากเลย
    ประทับใจๆ
     
    หลังจากทาทา ลงไป Etc. ก็บรรเลงเพลงชุดใหญ่ แล้วคุณหนึ่งแกก็วิ่งพล่านทั่วฮอลล์เลย
    แบบทั่วจริงๆ ลงมาจาเวทีแล้วก็วิ่งไปทั่ว 2000 / 1500 และพวกจนๆ 800 อย่างเรา
    ก็ได้โอกาสจับมือคุณหนึ่งมาดอมดม (แต่ดิฉันก็ไม่ได้วิ่งลงไปจับมือเค้าหรอกนะ.....ว้าย ดูบ้าดารานะยะ 5555555 - เออ ขี้เกียจวิ่งเฉยๆ อ่ะ แก่)
     
    คอนเสิร์ตจบด้วยเพลง "อย่าถาม"
    นี่เพลงนี้มันดังจริงๆ คือคนทั้งฮอลล์แม่งรอเพลงนี้อ่ะ
    แต่ข้าพเจ้าก็ไม่อินแล้วนะ เพราะต้องเตรียมกลับบ้าน เลยลุกมายืนหลังสุด แล้วก็ร้องตามอย่างสนุกสนาน
     
    คือ ขี้เกียจเล่ารายละเอียด จะนอน แต่จะเล่าให้ฟังว่า
    วงเนี้ย เล่นดนตรีเก่งมากกกกกกกกกกกกกกก ดนตรีมันน่าสนใจ มันดึ๋งดึ๊ง ดึ้งด๋ง อะไรไม่รู้ตลอดเวลา มันไม่น่าเบื่อ (ไม่นับเวลาที่ต้องนั่งดูคอนเสิร์ตตอนเที่ยงคืนนะ...เราง่วงอ่ะนายย~)
    แต่การเล่นคอนเสิร์ตโดยใช้เวทีวงกลมเนี่ย แม่งยากส์!
    การดึง attention คนดูเราว่ามันน่าจะทำได้ยากมาก มันต้องใหญ่ ต้องดัง ต้องทำตัวเป็นทาทา ทำตัวเกินไลน์ตลอดเวลา แล้วมันถึงจะดึงดูดคนได้ตลอดโชว์
    คุณหนึ่งเนี่ย เค้าไม่แสดงออกมาก ร้องเพลงเพราะอย่างเดียว เวลาเค้าร้องเพลง มันก็อลังการมากเลยนะ แต่เวลาต้องพูดสคริปต์ เราก็รู้สึกว่าเราหลุดๆ เหม่อๆ บ่อยเหมือนกัน
    ขนาดพี่โจ้ออกมา เรายังรู้สึกว่าไม่สนุกเท่าไหร่เลย ดูแป้กๆ - หรืออาจจะเป็นเพราะเล่นกะป๋าเทพ แล้วป๋าเค้าควบคุมยาก พี่โจ้เลยแก้มุขไม่ทัน????
     
    แต่production ก็เจ๋งเหมือนกันนะ เสียดายที่ไม่มีกำแพงให้เล่นกราฟฟิคเจ๋งๆ
    เค้าเลยทดแทนด้วยการใช้แสงสีกระชากอารมณ์ - มันเจ๋งมากเลยอ่ะ เจ๋งจนตี๋เอ่ยปากชม เจ๋งจนเราเองก็กลับไปคิดอยากเรียนจัดไฟอีกละ
    แดนเซอร์สวยเริ่ด - เลิฟพี่หน่อง เซกเซ่อ๊า~~~~~
    มีไรอีกๆๆๆ *นึกๆๆๆ* เวทีเก๋ ดนตรีเยี่ยม นักร้องก็เสียงดี แขกรับเชิญก็วาไรตี้ดีมั้ง (ชอบทาทาๆ) แสงดี เสียงเบาๆเป้นบางช่วง (หรือฉันเองที่หูบอด?) คุณหนึ่งเนี่ยได้ใจดีนะ ดูแบบสนุกที่เล่นคอนเสิร์ต วิ่งรอบฮอลล์เลย ท่าทางจะเหนื่อยอ่ะ แล้วต้องร้องเพลงไปด้วย สมาธิดี๊ดี วิ่งจอกกิ้งจับมือแฟนเพลง เสียงนิ่งเลยไม่หลุดเลย ยิ้มแย้ม ร้องไม่ผิด --- ทำได้ไง เก่งไปป่ะ? อื้ออออ มีไรอีกอ่ะ.....หมดแล้วมั้งเนอะ
     
    สรุป ก็เป็นคอนเสิร์ตที่ดีนะ แบบคนแสดงเค้าเต็มที่ดีอ่ะ เราว่าเราก็พอรู้สึกได้ แม้นั่งราคาถูกก็ไม่น้อยใจมาก ดีจัง
    เพลินดี อัลบั้มหน้ามีคอนเสิร์ตอีก ก็ว่าจะไปดูอีกหล่ะ ลั๊นลา~
     
    ต้องไปนอนละ พรุ่งนี้ไปดูไบหว่ะ.....นอย
     
     
     
     
    ปล. เลิฟตี๋ๆ ขอบคุณน๊า~~~ มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ <3
    ปลล. ฟอนท์ไม่ได้ดั่งใจ ชิ
     
    02 oktober

    เมื่อคืน....

     
     
    .....ดูสัมภาษณ์อนันดา (กรี๊ดดดดดดดดด~)
     
    พิธีกรถามเรื่องความรัก กับ จี๊ด (กรี๊ดดดดดดดดด~ อิจฉา)
     
    อนันดาบอกว่า (กรี๊ดดดดดดดดด~ พ๊อ!!!!)
     
    "ผู้หญิงชอบมองหา คนที่จะมาเติมส่วนที่ขาด แต่สำหรับผม ผมว่ามันไม่ใช่ ผมจะคบใคร ผมก็ต้องเป็นตัวผมเต็มๆ รับเราที่เป็นเราจริงๆ ได้ ถ้าแค่หาส่วนเติมเต็ม เวลาเค้าหายไป มันก็รู้สึกเหมือนอะไรมันขาดไป หายไป..อยู่ไม่ได้อีก" (เอ๊ะ อันนี้ก็ไม่ได้ quote มาเป๊ะๆ เอาเป็นว่าแนวนี้ละกัน แฮ่~)
     
    เออ ฟังๆ แล้วก็ถูก ฟังดูดีเนอะ
     
    แต่ว่าแต่ละคน มันก็ไม่เหมือนกัน บางคนอาจจะไม่มีวันเติมเต็มตัวเองได้เลย อาจจะเข้าใจตัวเองไม่ได้เลย ไอที่แหว่งๆ ขาดๆ มันเลยต้องให้อีกคนมาช่วยปะ
     
    ระบบแต่ละคนก็ทำงานไม่เหมือนกัน แล้วคนที่ยังมีรูโหว่ในจิตใจตัวเองมันก็เยอะแยะไปหมด
     
    ถ้าเติมเต็มตัวเองไม่ได้ ก็คงต้องหาอีกคน ที่พร้อมจะเติมเต็มกันมั้ง
     
    หรือว่าไง???
     
     
     
     
     
    แต่อนันดาแม่งอย่างหล่ออ่ะ กรี๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆ
     
     
    ปล. คิดถึงไอไผ่ อยากไปกินส้มตำวังหลัง แล้วนั่งคุยเรื่อยเปื่อย กูเบื่อชีวิตเมืองมากเลย มีเรื่องควายๆ จะเล่าให้ฟังตรึม
     
    29 september

    excessive city life

     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
    เหนื่อยอ่ะ อยากนอนอยู่บ้าน
     
    ถ้านอนนิ่งๆ ไม่ทำอะไร เราก็คงไม่จำเป็นต้องหาใคร มาไม่ทำอะไรกะเรา
     
    งงมะ.....
    18 september

    hairworld....จำไว้เลย

     
    เมื่อคืนดู golf-mike ในรายการราตรีสโมสร.....
     
    เออ มันก็ตลกดีนะ ก็ดูน่ารักดี พอเข้าใจว่าทำไมแฟนคลับเยอะ
     
    ว่าแต่เปลี่ยนแนวมาเป็น ร่าเริงๆ น่าจะเวิร์คกว่าตอนที่ทำหน้าบึ้งๆ ทะมึนๆ นะ
     
     

     
    วันก่อนไปตัดผมที่ร้าน HAIRWORLD ในสยามเซนเตอร์
     
    hairworld hairworld hairworld hairworld hairworld hairworld
    hairworld hairworld hairworld hairworld hairworld hairworld
     
    อยากให้มันติดในgoogle เผื่อใครอยากจะ search ดู
    เริ่มแรกเนี่ย มาตัดผมร้านนี้เพราะมีช่างตัดผมที่ตัดผมได้ดั่งใจ ยอมเสียตังค์เยอะ เพราะรู้สึกมั่นใจว่าตัดออกมาคงไม่เหียก
    ไปตัดครั้งที่แล้วโน้น แล้วก็รู้สึกว่าได้ดั่งใจ จำไม่ได้ว่าคนตัดชื่อไร เหมือนว่าหัวจะเกรียนๆ แล้วโมฮอว์คน้อยๆ
    พี่คนนี้เค้าดูรูปแล้วเค้าก็ตัดให้เหมาะกะเราดี.....แนะนำว่า ถ้าจะไปตัด ก็เลือกคนนั้นเลย....(แต่จำชื่อไม่ได้ 55555+)
     
    พอหน้าม้าเริ่มยาว ก็กลับมาตัดร้านเดิม ด้วยยอมเสียตังค์แพง
    บอกช่างว่า "เอาทรงเดิมค่ะ"
    ก็เจอช่างตัวเล็กๆคนนึง มาคะยั้นคะยอให้ซอยเพิ่มมั้ย จะได้บางๆ เปลี่ยนตรงนี้มั้ย เปลี่ยนตรงนั้นมั้ย
    คือ คำว่า "เอาทรงเดิม" เนี่ย แม่งเข้าใจยากตรงไหนวะ
     
    ช่างคนนี้ก็พยายามบิ้วท์มาตลอด จนตัดเสร็จ แล้วก็บอกว่า "นี่ท่าทางจะชอบทรงนี้มาก"
    เอ๊า ก็ชอบ แล้วยังไง ไม่เปลี่ยนทรงตามใจแกร แล้วมันจะทำม๊ายยยยย นอนไม่หลับหรอออออ
    แสด....ยังดี เค้าตัดมาได้เหมือนเดิม
     
    สองวันก่อนไปตัดมาอีกละ เพราะผมทิ่มตา
    ไปรอบนี้ นอยแดกกว่าเดิม มีช่างตัดผมเต็มร้านเลยนะ นั่งคุยกัน นั่งดูแมกกาซีน ดูทีวี ชวนคุยกันฮิฮะ
    แต่ช่างที่ทำงานเนี่ย มีคนเดียว แล้วต้องสลับตัดสองหัว
    ข้าพเจ้ารอจนจะหลับ กว่าพี่แกจะเจียดเวลามาเล็มหัวตู
    แล้วอีช่างคนอื่นก็ยืนมอง...........................แค่นั้น อะไรวะ.
     
    พอถึงเวลาช่างแกจะมาตัด....เป็นช่างที่สูงๆ ผอมๆ หัวน้ำตาล ทองๆ (จริงๆ หัวทุกคนในร้านเป็นสีนี้หมด)
    มาแนะแนวกูอีกละ ตัดแบบนี้มั้ย ซอยมั้ย หน้าม้าตรงมั้ย
    ไอเราก็บอก "ไม่เอาค่ะ เอาทรงเดิม เอาเหมือนทรงเดิมทุกอย่าง แต่ให้มันสั้นขึ้น"
    พี่แกบอก โอเค พยักหน้ารับรู้
    ไอเราก็ปล่อยให้ตัดไป ด้วยต่อให้เค้าจับซ้าย จับขวาตัดอะไรออกไปก็ดูไม่ออกอยู่ดี
    ระหว่างการตัด ก็มีแบบ เล็มนี้มั้ย ซอยให้นะ บลาๆๆๆ
    กรูนี่นะ ขี้เกียจพูดมาก ไม่เข้าใจว่า คำว่า "เอาทรงเดิม" เนี่ย มันเข้าใจยากหรอวะ
     
    เวลาผ่านไป ประมาณครึ่งชั่วโมง
    แม่งตัดเสร็จละ เออ เร็วดีเว้ย.......เห้ย เหี้ยน...ทะไมมันซอยๆ วะ
    ฉันก้ถามเค้าว่า "พี่ ทะไมมันลีบๆ ไม่เห็นเหมือนเดิมเลย"
    "อ๋อ....ก็ข้างในตัดให้เหมือนเดิม จะได้ลงมาประคอ แต่ด้านนอก ก็ซอยให้มันสั้นหน่อย เวลามันยาวประบ่า จะได้ไม่ชี้ๆไง"
    อีฉันก็ทำหน้านอยทันที แล้วก็จับๆ ผมทั้งหัว.......พี่แกก็ถามว่า "เอ๊ะ หรือว่าชอบให้มันชี้ๆ หรอ"
    อีห่า.....นั่นไม่ใช่ประเด็น
     
    ประเด็นคือ นี่หัวกู กูบอกให้ตัดทรงเดิม มึงจะมาครีเอททะไม กูไม่ได้ขอความเห็น
    ถ้าขอความเห็น แล้วค่อยบอก ไม่ต้องมาแนะแนวกรู
    แล้วนี่ ถ้าบอกว่า อ่อ เออ ชอบให้ผมชี้ๆ ถ้ายังไงพี่ช่วยเอากาวยู้ฮูมาต่ออีที่ตัดไปให้หน่อยได้มั้ย หรออออออ?
    จ๊าดง่าว....โคตรนอย
    แถมหน้าม้า ก็ตัดไม่เหมือนเดิม....ที่พยักหน้าไปตอนแรก นี่มึงเข้าใจจริงป่ะเนี่ย
    สรุป จากที่เป็นหน้าม้า ผมตรงๆ ตอนนี้กูหัวเหมือนเด็กมัธยม ซอยๆ หน้าม้า สั้น แล้วหัวสีน้ำตาล เลยเป็นสะเหร่อๆ
    ตอนนี้มัดผมทุกวัน เพราะแม่งเป็นหัวลีบๆ แล้วอุบาทว์มาก รับไม่ได้
    แล้วหน้าม้า แม่งเส้นเท่าๆ กันหมด ผมเหมือนเปรี้ยว AF ตอนมันตัดหน้าม้าสามเหลี่ยมคว่ำ
    อีเดียดมาก เกลียดมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
     
    กูจะไม่ไปตัดผมร้านนี้อีกต่อไป *ก๊าซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซ
     
     
     
    ปล. ไว้จะมารีวิว Mama Mia กับ บุญชู เอนทรี่ต่อๆไป ละกัน ขี้เกียจพิมพ์ละ
     
    02 september

    กันยาทมิฬ

     
     
    มันฟังดูน่ารักๆ แทนที่จะน่ากัวป่ะวะ?????
    โดเรมอน วันนี้เสนอต๊อนนนน"กันยาทมิ๊นนนนนน!!!" (ขึ้นเสียง high-pitched)
     
    จำได้เลยว่าตอนพฤษภาทมิฬ ที่เค้าประกาศให้หยุดเรียนกะทันหัน
    ไอเราที่กำลังดู ข่าวเกษตรกรรมตอนเช้าอยู่ ก็เลยตื่นเต้นดีใจ รีบแก้ผ้าแล้วกลับไปนอนต่อ
    วันนี้ที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ก็อยากกลับไปนอนต่อที่บ้านเหมือนกัน :(
     
    โดยส่วนตัวแล้ว ไม่ชอบแสดงความคิดเห็นทางการเมือง (เพราะไม่มีความรู้มากพอ ที่จะไปแสดงความเห็น)
    แต่ด้วยเป็นคนขี้แพ้ และเลือกความสงบ ก็เลยอยู่เฉยๆ แล้วก็ได้แต่คิดว่า น่าจะมีวิธีสงบๆ มาใช้แก้ปัญหาเนอะ
    ไม่แน่ใจว่าพันธมิตรทำถูกรึเปล่า ไม่แน่ใจว่าการวางตัวของรัฐบาล และการรับมือนี่ดีพอรึยัง
    แต่ไม่อยากให้ประเทศล่มจม...........มันยิ่งดูไม่เจริญกันเข้าไปใหญ่
     
    ทำไงดีอ่ะ.............
     
     
    แต่อยากหยุดงานนะ อยากไม่ปลอดภัย จะได้อยู่บ้าน 5555+
     
     
    11 augustus

    I've got 99 problems and a bitch aint one

     
     
    of course, a bitch aint one.....
     
    What is my problem keeping me up at night, in London....on my fuckin' vacation!?!?
     
    I feel like I am back in my teenager years. Helpless. Restless. Insomnia.
     
    I've got 100 ways out but I am not choosing any.
     
    My problem is I am not doing shit other than whining and worrying.
     
    My problem is I start caring about what "they" think more than what I feel.
     
    My problem is I am stuck........not moving forward, not moving nowhere.
     
    My problm is me giving myself hard time.
     
    My problem is I am losing my gut.
     
     
     
    My problem is.....me.
     
    Won't you grow up already. stupid.
     
    10 augustus

    still in London

     
    เริ่มมีชีวิตขึ้นมาหน่อย
     
    พอเจอเพื่อน ได้ออกไปข้างนอกบ้าง มันก็โอเคขึ้นเนอะ
     
    ไม่รู้แม่เป็นยังไงบ้าง....เพราะเราอยู่แต่กะที่บ้านก็เลยเบื่อๆ
     
    แล้วนี่แม่ไม่มีเพื่อน จะไม่เบื่อหรอฟะ.....น่าเป็นห่วงสาดดด
     
    แต่ตอนนี้ก็อยากกลับแล้วนะ คิดถึงตี๋ (/T^T)/ โช่ยโด้ยยยยยยย~
     
     
    ช่วงนี้ทำไม ชีวิตมัน lostๆ พิกล
     
    ไม่รู้จะทำไร ไม่รู้จะเริ่มตรงไหนดี ไหนใครบอกกูเซลฟ์ ขอดูหน้าหน่อย
     
    ต้องไปรีสตาร์ทตรงไหน จะได้ถูกจุด
     
    เป็นเพราะมีคนยุ่งกะชีวิตกูมากไป เลยทำให้เขวรึเปล่า???
     
    งั้นลองเลิกยุ่ง เลิกพยายาม "แนะ" ให้กูทำอะไรดีมั้ย????????
     
    เอ๊ะ หรือก็เพราะกูขี้แพ้ไปเองวะ......
     
     
     
    ชัวร์......
     
    04 augustus

    อยู่ลอนดอน

     
     
    นั่งๆ นอนๆ ไม่มีไรทำ
     
    นอยอีก.... มีตัวนอย.....
     
    กูแม่งโคตรเหมาะ อยู่คนเดียว
     
     
     
     
     
     
     
    คิดถึงตี๋สุดๆ :(
    12 juli

    thoughts...and thoughtss

     
     
    ถ้า..คิดถึงแต่ตัวเองมากกว่านี้ จะดีมั้ย
     
    ถ้า..เลิกอดทน แล้วเริ่มพูดโดยไม่คิด มันจะเป็นยังไง
     
    ถ้าด่าสวนกลับไปได้ทันที ชีวิตกูจะดีขึ้นมั้ย
     
    ถ้า self-centered เยอะๆ กูจะไม่คิดมากแบบนี้ใช่มั้ย
     
    แล้วจะมีคนรักกูเพิ่มขึ้นมั้ย....แล้วอีคนรอบข้างเค้าตอนนี้ รู้สึกยังไง
     
    ถ้ากูไม่ถอย...แล้วมันจะถอยมั้ย
     
    เพราะนิสัยแบบนี้ กูก็เลยยังคิดเยอะกว่าคนอื่น ไปสองสเต็ปใช่มั้ย
     
    หรือถ้ากูไม่คิดเลยจะเป็นยังไง
     
    เห็นแก่ตัวจัดๆ แล้วคนอื่นจะรักกูมั้ย
     
    หรือเห็นแก่ตัวก็ดี เป็นตัวของตัวเองดี???????
     
     
    05 juli

    รัก l สาม l เศร้า l เสีย l ดาย l ตังค์

     
     
    ผิดหวังสาดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
     
    เซ็งสาดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
     
     
     
    เง่อะ.
     
     
     
    คือจริงๆ ก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมากตั้งแต่แรก แต่แบบ ดูๆไป แล้วมันเกิดความรู้สึกว่า เมื่อไหร่หนังแม่งจะจบวะ
    แล้วมันก็อืดมาก แล้วตัวแสดงแม่งทุกคนพูดน้อยๆ เหมือนมีบทไม่เยอะ
    แล้วข้าพเจ้าก็รู้สึกว่าหนังมันยังสื่อสารใจความได้ไม่ดีมาก....ถ้าเทียบกับที่หนังเรื่องนี้เป็นฝีมือผกก.ชื่อดัง
    ดูๆไป แล้วก็มีแฟลชแบคหนังเรื่อง o-negative
    o-negative เจ๋งกว่าประมาณล้านเท่า (เว่ออีกกู)
    คือตัวละครทุกตัวมันเด่น มีคาแรคเตอร์ มันเจ๋ง หนังมีเรื่องราว เคลื่อนไหว มีชีวิตตลอดเวลา
     
    ดูรักสามเศร้าแล้วนอย
    ช้า อืด หลับ ดูแล้วกูนั่งยุกยิกตลอดเลย
    มันไม่มีฉากไหนที่ตรึงคนดูได้
    เนื้อหามันดี แต่...มันเป็นเพราะ นักแสดงนำแม่งมีแต่คาแรคเตอร์ไม่คุยกัน มันก็เลยเงียบๆ
    พีค ก็เป็นเด็กมีปัญหา โว้กเว้ก โชพาว ก้อยก็เป็นเงียบๆ กูแอบรัก กูเลยเงียบดีก่า
    เป้ก็เป็นเงียบๆ เก๋าเงียบๆ ใจเงียบๆ สไตล์ผู้ชายคาแรคเตอร์เท่ห์ๆ ต้องเงียบ (==')
    อะไรกันเนี่ย กูดูละครใบ้อยู่หรือ แม่งส่งกระแสจิตกันทั้งเรื่อง
    ถ้าไม่ได้มีสาระหนังที่พอเข้าใจได้ง่ายนะ จบ กูคงดูไม่รู้เรื่อง หนังแม่งติ๊ดเกินนนนนน
     
    ตัวประกอบ 3 ใน 5 ตีบทแตกกระจุย
    ก้อยก็สวย เสียงแหลม หงอย เหงา ผิดหวัง สมคาแรคเตอร์จริงๆ
    พีคก็เสียงแหงม ฟันยื่น คาแรคเตอร์สวยไม่รุ้ตัวว่ามีคนแอบชอบ ไม่ค่อยแน่ใจว่าตันตนจริงๆ น้องเค้าเป็นยังไง
    แต่เค้าดูจะเล่นถึงบทเป็นระยะๆ บางระยะจะเหมือนท่องบทให้เราฟัง
    เป้ก็.....เล่นดีนี่ หยั่งกะตัวตนของตัวเอง ตอนเล่นบอดี้เจ๋งกว่าหน่อย มันดูหลอนดี
     
    เสียใจๆ นึกว่าหนังจะน่ารัก หรรษา วัยรุ่นกว่านี้
    ทะไมคนสมัยนี้มันเครียดกันจังเว้ยยยยยย
     
    แต่ว่า.....ไอเราก็อาจจะอคติไปก็ได้
    ใครไปดูแล้วชอบตรงไหน ก็มาเล่าให้ฟังด้วยนะ
    แต่เรื่องนี้ไม่ค่อยได้ใจข้าพเจ้าเท่าไหร่เลยเว้ย เอาไป 0.5 ดาว
    แหง่ะ
     
    ปล. จะมีใครเข้ามาโพสด่ากู เหมือนคนทำการ์ตูนศีธนญชัยอีกป่ะเนี่ย......*บรึ๋ยยย~
     
     
    01 juli

    สี่ปีที่เรียนมา...ได้ใช้วันนี้

     
    (15:34) Bangkokyan : แกๆๆๆ   
    (15:34) Bangkokyan : แกเรียน จิตวิทยา ถูกป่ะ   
    (15:34) แป๋มแป๋ม ♥      : อื้อ   
    (15:34) Bangkokyan :  มี ทบ. ไรมารองรับป่ะวะ ว่าคนในปัจจุบัน เหงา มากขึ้น 
    (15:34) แป๋มแป๋ม ♥: แป๊บ   
    (15:34) Bangkokyan : Wil: อยู่คนเดียวมากขึ้น   
    (15:34) Bangkokyan : Wil: ได้ๆ       

    (15:35) แป๋มแป๋ม ♥: ทบ คืไรวะ   
    (15:35) Bangkokyan : Wil: ทฤษฎีบท   
    (15:35) Bangkokyan : Wil: แกเรียกว่าไรอ่ะ   
    (15:35) Bangkokyan : Wil: แนวคิด   
    (15:35) Bangkokyan : Wil: ไรก้อได้ๆ   
    (15:35) แป๋มแป๋ม ♥: ไม่มีทฤษฎีรองรับหรอก   
    (15:35) Bangkokyan : Wil: จะหามาซัพพอทงานเขียนอ่ะ   
    (15:36) แป๋มแป๋ม ♥: เค้าคงทำวิจัยกันมามั้ง    

    (15:36) Bangkokyan : Wil: เหรอๆ   
    (15:36) Bangkokyan : Wil: แล้วแนวโน้มอ่ะ   
    (15:36) แป๋มแป๋ม ♥: ให้คิด theory ที่จะมาซัพพอรทใช่ม๊า   
    (15:36) Bangkokyan : Wil: อืมๆ   
    (15:36) Bangkokyan : Wil: แนวๆนั้นอ่ะ   
    (15:37) Bangkokyan : Wil: คือเหมือนกับเคยได้ยินว่าคนแม่งเหงาขึ้น   
    (15:37) Bangkokyan : Wil: individual ขึ้น   
    (15:37) Bangkokyan : Wil: ปติสัมพันกะคนจิงๆน้อยลง   
    (15:37) Bangkokyan : Wil: แต่อยากได้ของมารองรับไง   
    (15:37) แป๋มแป๋ม ♥: อ่อ   
    (15:37) แป๋มแป๋ม ♥: อื้อมมมม   
    (15:37) แป๋มแป๋ม ♥: ขอคิดก่อน   
    (15:37) Bangkokyan : Wil: เยี่ยมๆ    

    (15:38) แป๋มแป๋ม ♥: มันไม่มีทิดสะดีหรอกนะ แกต้องอ้างอิงจาก จิตวิทยาสังคม   
    (15:38) แป๋มแป๋ม ♥: ที่แบบ คนต้องปติสัมพันกัน   
    (15:38) Bangkokyan : Wil: อ่าฮะ   
    (15:38) แป๋มแป๋ม ♥: เพื่อให้เกิดสังคม   
    (15:38) แป๋มแป๋ม ♥: แล้วแกก็ลองอธิบายว่า สังคมตอนนี้มันเปนยังไง   
    (15:38) แป๋มแป๋ม ♥: ส่งผลให้ปัจจัยการเปนสังคมที่เมื่อก่อนจำเปนต้องมี มันมีทธิพลน้อยลง   
    (15:38) แป๋มแป๋ม ♥: ซึ่งตรงนี้ก็อาจส่งผลให้คน อยู่คนเดียวได้   
    (15:39) แป๋มแป๋ม ♥: เช่น การที่คนอยู่รวมกันเปนสังคม   
    (15:39) แป๋มแป๋ม ♥: เพราะต้องการแลกเปลี่ยนข้อมูล   
    (15:39) Bangkokyan : Wil: อ่าฮะ   

    (15:39) แป๋มแป๋ม ♥: แต่เดี๋ยวนี้มันมี medium ที่เข้ามาช่วยส่งของมูล   
    (15:39) แป๋มแป๋ม ♥: ทำให้ไม่ต้องไปสังคมกะชาวบ้านก็ได้   
    (15:39) แป๋มแป๋ม ♥: ไรงี้   
    (15:39) Bangkokyan : Wil: ไอ ซี   
    (15:39) แป๋มแป๋ม ♥: พูดถูกเรื่องป่ะ   
    (15:39) Bangkokyan : Wil: ถูกๆ   
    (15:39) Bangkokyan : Wil: ใช้ได้ๆ   
    (15:39) Bangkokyan : Wil: แล้วพวก แนวคิด postmodern อ่ะ   
    (15:40) Bangkokyan : Wil: เคยได้อ่านงานเขียนของ haruki murakami    
    (15:40) Bangkokyan : Wil: ซึ่งพวกนักวิจานแม่งบอกว่า   
    (15:40) Bangkokyan : Wil: นี่คือ โพส โมเดิ้น   
    (15:40) Bangkokyan : Wil: ตัวเอก มีอารมณ์เปลี่ยวเหงา   
    (15:40) Bangkokyan : Wil: อยู่คนเดียว   
    (15:40) Bangkokyan : Wil: ไรงี้อ่ะ   
    (15:41) Bangkokyan : Wil: หรือ lost in traslation แบบ   
    (15:41) Bangkokyan : Wil: ตัวเอกคุยกะใครไม่รู้เรื่องไรงี้อ่ะ   
    (15:41) แป๋มแป๋ม ♥: อ่า   
    (15:41) Bangkokyan : Wil: โดยตัดประเดนเรื่องภาษาไปอ่ะ   

    (15:41) แป๋มแป๋ม ♥: ชั้นไม่เคยอ่านนะ   
    (15:41) Bangkokyan : Wil: อ่าฮะ   
    (15:41) แป๋มแป๋ม ♥: แต่ชั้นเข้าใจว่า เปนเพราะคนมันสามารถอยู่คนเดียวได้มากขึ้น   
    (15:41) Bangkokyan : Wil: อืม   
    (15:42) แป๋มแป๋ม ♥: มันไม่ค่อยโดนหล่อหลอมโดยการสื่อสารทางสังคมอ่ะ   
    (15:42) Bangkokyan : Wil: อ่าฮะ   
    (15:42) แป๋มแป๋ม ♥: แบบ เช่น ปกตินะ แกเจอคนอื่นบ่อยๆ ใช่ป่ะ   
    (15:42) Bangkokyan : Wil: อืมๆ   
    (15:42) แป๋มแป๋ม ♥: วิธิการสื่อสารของแกมันก้จะคล้ายๆ ชาวบ้าน   
    (15:42) แป๋มแป๋ม ♥: คุยกันรู้เรื่อง   

    (15:42) Bangkokyan : Wil: อืมๆ   
    (15:42) แป๋มแป๋ม ♥: แต่พอ post modern ก็คือ หลังจาก ช่วง.....ก่อนอินเตอรเนตไรงี้   
    (15:42) แป๋มแป๋ม ♥: ช่วงคอมพิวเตอร คงเปน modern มั้ง (เดานะ)   
    (15:43) แป๋มแป๋ม ♥: พอมันมีตัวกลางมาสื่อสาร   
    (15:43) Bangkokyan : Wil: อ่าฮะ   
    (15:43) แป๋มแป๋ม ♥: ไม่ค่อยเจอคน   
    (15:43) แป๋มแป๋ม ♥: มันเหมือนอยู่คนเดียว แล้วสร้างวิธีสื่อสารของตัวเอง   
    (15:43) Bangkokyan : Wil: อืมๆ   
    (15:43) Bangkokyan : Wil: ไอซีๆ   
    (15:43) Bangkokyan : Wil: ชอบๆอันนี้   
    (15:43) แป๋มแป๋ม ♥: พอไปคุยกะคนอื่น คง แบบ งง   
    (15:43) Bangkokyan : Wil: ขอเอาแนวคิดไปใช้หน่อย   
    (15:43) Bangkokyan : Wil: อืมๆ   
    (15:44) แป๋มแป๋ม ♥: อื้ๆๆๆ   
    (15:44) แป๋มแป๋ม ♥: ฟังดูเปนเรื่องเปนราวป่ะวะ   

    (15:44) Bangkokyan : Wil: ใช่ๆ   
    (15:45) แป๋มแป๋ม ♥: เอ๊ะ กูนี่ก็พูดเปนเรื่องเปนราวเนอะ   
    (15:45) Bangkokyan : Wil: เอาไปใช้งานได้   
    (15:45) แป๋มแป๋ม ♥: 555555555555555   
    (15:45) แป๋มแป๋ม ♥: ไม่น่าเชื่อ   
    (15:45) Bangkokyan : Wil: เออว่ะ   
    (15:45) Bangkokyan : Wil: ห้าๆๆๆๆๆๆๆ   
    (15:45) Bangkokyan : Wil: นี่แหละ   
    (15:45) แป๋มแป๋ม ♥: เรียนต่อละกัน กลับมาเปนนักวิชาการ   
    (15:45) แป๋มแป๋ม ♥: 5555   
    (15:45) Bangkokyan : Wil: การที่เราจบ ม. มาไง   
    (15:45) Bangkokyan : Wil: นำความรู้มา integrate   
    (15:45) Bangkokyan : Wil: ฮ่าๆๆ   
    (15:45) Bangkokyan : Wil: ได้ใช้งานจิงๆ   

    (15:46) แป๋มแป๋ม ♥: สุดยอดหว่ะ   
    (15:46) แป๋มแป๋ม ♥: ไม่เสียดายค่าเทอม   
    (15:46) Bangkokyan : Wil: เยี่ยมว่ะ   
    (15:46) Bangkokyan : Wil: สี่ปีนี่ได้ความรู้มากันจิงๆ   
    (15:46) Bangkokyan : Wil: ภูมิใจๆๆๆๆ   
    (15:47) แป๋มแป๋ม ♥ lovin: ภูมิใจมาก   
    (15:47) แป๋มแป๋ม ♥ lovin: กูนึกว่าได้กระดาษใบเดียวจริงๆ   
    (15:47) แป๋มแป๋ม ♥ lovin: 5555   
    (15:47) แป๋มแป๋ม ♥ lovin: โอเคเลยๆ    
    (15:47) Bangkokyan : Wil: ห้าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ   
    (15:47) แป๋มแป๋ม ♥ lovin: กรั่กกก   
    (15:47) Bangkokyan : Wil: อันนี้ก็ควรนำไปลงบล็อก   
    (15:47) Bangkokyan : Wil: ก๊อปไปลงเลยแก   
    (15:48) แป๋มแป๋ม ♥ lovin: เออหว่ะ   
    (15:48) Bangkokyan : Wil: เจ๋งนะเว้ย   
    (15:48) Bangkokyan : Wil: พูดจิง 

    มีสมองเหมือนกันนะ ดิฉันเนี่ย เอิ๊กๆๆๆ

     

    24 juni

    เซี่ยงไฮ้

     
    ที่ไม่ใช่ขนมเวเฟอร์อบกรอบ...
     
     
     
     
     
     
    ไม่เคยเหยียบจีนแผ่นดินใหญ่มาก่อน
     
    ตอนนี้อยู่เซี่ยงไฮ้
     
    มาทำงาน......อีกแล้ว
     
    เซี่ยงไฮ้วันแรก ไม่น่าจดจำซักเท่าไหร่
     
    ลงเครื่องปุ๊บ โดนโกงค่าแทกซี่ปั๊บ ห่าจิก
     
    อะไรๆ ก็ไม่เป็นใจเท่าไหร่ ได้แต่ฮึบๆ ไป
     
    หวังว่ามันจะวันเสาร์ไวๆ
     
    เมืองจีนนี่มันก็แปลกๆ
     
    ร้านสะดวกซื้อหลายๆร้าน ของในร้านจะโล่งๆ เหมือนไม่อยากขาย
     
    สกปรกหน่อยๆ... ลองมาเจอ 7-11 เมืองไทย ชอคซีนีม่า ชัวร์
     
    รถที่นี่คนขับอย่ด้านซ้าย
     
    รถแทกซี่ทุกคัน จะมีเกราะพลาสติกห่อตัวคนขับไว้
     
    ห้ามขึ้นแทกซี่ประตูซ้ายด้วยนะ โดนไล่มาขึ้นขวาอีก
     
    ประเทศชาติก็ทะมึนๆ ไม่รุ้เป็นเพราะเราอยู่ผิดที่รึเปล่า
     
    คนที่นี่รักษาสิ่งแวดล้อม เวลาซื้อของไม่มีการใส่ถุงพลาสติกให้
     
    แต่แม่งสามารถสูบบุหรี่ได้แทบทุกที่.... เป็นสิ่งที่ดูจะได้รับความนิยมมาก
     
    คนที่นี่ต่อให้แกพูดภาษาเค้าไม่ได้ เค้าฟังแกไม่เข้าใจ เค้าก็ยังจะพูดภาษาจีนใส่แกอยู่นั่น ประดุจว่าฟังซักสามประโยคแล้วตูคงเข้าใจมัน
     
    ของกินในสะดวกซื้อ ไม่มีภาษาอังกฤษเลย......ไม่กล้ากินไรเลยว่ะ ไม่รู้ว่าข้างในคืออะไร
     
    แต่ที่เด็ดที่สุดของวันแรกของฉัน ประเทศนี้แม่งขายเลย์รสผลไม้!!!!!
     
    มีรสมะนาว รสมะม่วง และรสลิ้นจี้...มึงช่วยประหลาดกว่านี้ได้อีก
     
    หลับๆ ตื่นๆ ไม่มีไรทำ เกลียดการอยู่ในโรงแรมเฉยๆ.......... เบื่อ
     
    อยากกลับบ้านแล้วล่ะ
     
    :(
     
     
    14 juni

    GOT CARRIED AWAY

     
    ไปดู sex&the city มา....
     
     
     
    นี่พยายามคิดอยู่หลายรอบว่าจะเกริ่นเรื่องยังไง
    แต่พิมพ์ไปพิมพ์มา รู้สึกว่าพล่ามมาก แม่งน่ารำคาญ ก็เลยเข้าเรื่องซะ
     
    ไปดูที่ SF ที่เซนทั่นเวิน และด้วยความเหี้ยอะไรซักอย่างของระบบการจัดที่นั่ง
    อีคนซื้อบัตรถูกกฎหมาย แม่งโดนอีบัตรฟรี ตั๋วผีแย่งที่นั่ง แล้วจะมาอัญเขิญพวกฉันไปนั่งที่อื่นอีกต่างหาก
    น้องหนูตรวจบัตรคนนี้ ท่าทางไม่อยากจะตายดี ฮึ่มๆ
    แต่ทว่า....ทุกคนก็ท่องพุทโธ ธัมโม สังโฆ อย่ามีเรื่อง แล้วก็ไปสงบสตินั่งที่ๆ เค้าหาให้ใหม่
    (ซึ่งเด็กที่หาที่นั่งให้ แม่งก็ชี้มั่วไปเรื่อย ไปนั่งที่คนอื่นอีก... เจริญ)
     
    โอเค เข้าเรื่อง....
     
    ก่อนที่จะได้มาดูเนี่ย ได้ลองแง้มรีวิวจากที่ต่างๆ มาพอสมควร
    มีทั้งที่บอกว่า เป็นหนังที่งี่เง่า บ้องตื้น วัตถุนิยม ไม่ได้แตกต่างจากซีรี่ย์เท่าไหร่......
    แหม่ พี่....ถ้าอยากดูหนังมีสาระ ก็ไปดู......... เอ่อ... ไม่มี นั่งรถย้อนกลับบ้าน ไม่ก็ไปเข้าวัดละกัน
    ใครที่คาดหวังมาก ก็อย่าไปดู๊ เค้าทำให้คนที่ไม่คิดมากดูกั๊น!
     
    กลับมายังตัวหนัง
    โดยส่วนตัวแล้ว...
     
    ชอบม๊ากกกกกกกกกกกกกกกก!!!!
     
    เขียนบทได้ดี มัน smooth ดี อารมณ์ในหนังมันจริงดี เค้าจับอารมณ์คนจริงๆ ได้เจ๋งดี
    (ไม่เหมือนดูละครช่องสาม ช่องเจ็ดบ้านเรา แม่งแว้ดๆๆๆ รำคาญจริง แถมเดี๋ยวนี้เลิกแว้ด เพิ่มเนื้องอก เพิ่มผีปีศาจ ไม่ก็ย้อนยุค กลับไปตบจูบกันอีกรอบ)
    คือ...อยากจะเล่าว่าตอนไหนของหนังที่อารมณ์มันเจ๋งๆ แต่กลัวอีคนที่ยังไม่ได้ดู จะด่าว่ากูสปอยล์ (แต่เดี๋ยวนี้ ก็ไม่ได้มีใครอ่านสเปซฉันอยู่แล้วนิ)
    แฟชั่นในหนังก็ไม่ทำให้ผิดหวัง อัพเดทสุด ครีเอทสุด cutting-edge ได้อีก --- ทุกคนแต่งตัวจัดแสบตาไปหมด --- เห็นชุดแต่งงานในเรื่องแล้วน้ำตาจะร่วง...อยากมีเงินซื้อชุดพวกนั้นได้จางงงง
    จังหวะของหนังเรื่องนี้มันเพอร์เฟค ถ้าเทียบกับซีรี่ย์เรื่องอื่นๆ ที่แม่งตัวละครจะชอบพูดเร็วๆ โต้ตอบกัน เหมือนรู้อยู่แล้วว่าอีกคนจะพูดไร --- อันนี้ไม่ไง จังหวะมันรับส่งกันธรรมชาติดี
    แล้วนอกจากดารานำ สี่-ห้าคน ตัวละครอื่นๆ ที่อยู่ในซีรี่ก็กลับมาหมด แถมเพิ่มด้วย Jennifer Hudson เปรี้ยวมากกกกกก ชอบบบบ!!
     
    ชอบหนังเรื่องนี้ ที่ยังคงความเป็นตัวของตัวเองได้ครบทุกกระเบียด
    ไม่รุ้สึกว่ามันพยายามทำเว่อร์ให้เป็นหนัง แต่ก็ยังทำได้ยิ่งใหญ่สมเกียรติหนังโรงอยู่ดี
    ช๊อบ ชอบ อยากไปดูอีกซักห้ารอบ เหมือนที่ดูซี่รี่ 555555555
     
    ถ้า Godfather (ใช่มะ?) เป็นหนังของลูกผู้ชาย....ข้าพเจ้าก็ยืนยันได้ว่า Sex&The City เป็นหนังของลูกผู้หญิง เต็มขั้น!
    อยากให้ดูกัน อยากให้ลองฟังสิ่งที่ตัวละครพูด ทุกอย่างมันช่างประทับใจจริงๆ
    จะว่าไป อีกังฟูแพนด้าเมื่อวานก็เจ๋ง มีประโยคเด็ดๆ เยอะเหมือนกัน แต่เผอิญเมื่อวาน ขี้เกียจพิมพ์ หะๆๆ
     
    มีคนที่เพิ่งไปดูมาบอกว่า หนังก็โอเค สนุกสนานดี ไม่ได้มีอะไรต่างจากซีรี่ แต่ดูจบแล้ว รับรองได้ว่า จะทำให้คุณอยากออกไปซื้อรองเท้า!!
    ข้าพเจ้าขอยินยันได้ว่า ไม่เพียงแค่อยากซื้อรองเท้า......แต่จะอยากกลับบ้านไปทุบห้องข้างๆ ทิ้งแล้วเปลี่ยนเป็น walk-in closet
    กรั่กๆๆๆๆๆๆๆ
     
    ไปดูกันนะ
     
    ของเค้าดี :)
     
     
    13 juni

    รีวิวหนัง

     
     
    เมื่อวานไปดู กังฟูแพนด้า มา....
     
    ตลกสาดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
     
    จบ.
     
     
    ปล. ไปดูกันเยอะๆ แม่งตลกดี กรั่กๆๆๆๆ
    05 juni

    I am dead

     
     
    I need my inspiration.
     
    I cannot live without dancing (horribly, even).
     
    I am already dead dressing like an office lady.
     
    I need my kicks!
     
    I hate business attire.
     
    I like colours and the ever changing life of fashion.
     
    Political news sucks, so does SET market.
     
    Give me my freakin' life back.
     
    (T^T)......
     
     
     
     
     
    *I think I need to get out more... what a pathetic loser I am.