| Pam's profile. w a n d e r i n g p a ...PhotosBlogLists | Help |
|
May 22 หลังเลิกงานอารมเสียเบอร์ 10 !!!!!!
เสียเวลา เสียอารมณ์ ขุ่นเคืองๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ฝนมันจะตกกระหน่ำทำไมหนอ เพราะคนใช่มั้ยโลกมันถึงร้อน T^T
May 06 cant sleepI dont remember the last time I wrote an entry,
and I dont remember the last time I couldnt sleep.
I am typing away in the dark because Im too lazy to get the light
maybe my subconscious is trying to portray how dark I am inside. *insert laugh
It might be that large cup of iced-coffee that still keeps me awake
or maybe its just me gotten so annoyed of myself for lacking inspiration and living such a dull, dull life.
Since when I feel like I do not have to move on and I may not need to get a life.
Now, I cant begin to write a decent essay....
and I tell myself "Fuck it. Eventually I'll make something up and get by."
I lost motivation and I started to think "my future" will eventually fall on my lap when its time.
and then I stopped living.
My ego is such a weak bitch.
March 24 recession all overไปที่ไหนๆ ใครๆ ก็ recession ทั้งขึ้นราคา ลดพนักงาน งดโบนัส และอื่นๆ
ล่าสุด recession ก็คุกคามมาถึงของว่างของฉัน
วัฟเฟิลเนย ของ Julie's ที่ปกติเห็นขายแต่ในวิลล่า กับตามเต้นท์ขายขนม "นำเข้า" (จากจีน) ซึ่งแม่งถูกกว่าวิลล่าประมาณ สามบาทได้มั้ง
ปกติแล้วไอวัฟเฟิลเนี่ย เมื่อเปิดกล่องมามันจะมีแยกใส่ซองสีทองๆ ไว้สองถุง
ในแต่ละซองจะใส่ถาดพลาสติกไว้อีก กันกระแทกขนมจะได้อยู่ในกล่องอย่างปลอดภัย
ขนาดของแผ่นวัฟเฟิลจะพอดีกับ กล่องพลาสติก ซึ่งขนาดกล่องพลาสติกจะประมาณหนึ่งฝ่ามือ
แล้วขนมก็จะขนาดประมาณหนึ่งฝ่ามือ
เวลาแกะซอง เราก็จะเขย่าๆ ให้กล่องมันออกมาครึ่งนึง เผื่อกินไม่หมด จะได้ใส่กลับไปได้
หลังจากที่ไม่ได้ซื้อมานาน วันนี้ก็ขี้เกียจไปตากแดด เลยเดินไปซื้อมากิน
พอผ่านการเขย่าให้กล่องมันออกมาครึ่งนึง หยิบกินไปสองแผ่น แล้วก็เริ่มรู้สึกว่า ทะไมมันกินหมดเร็วจังวะ แผ่นนึงเนี่ย
ด้วยความสงสัย เลยดึงซองออกมา โอ้ววววววววววววววววววว!!!!!!!!!!!!!!!!!
จากวัฟเฟิลขนาดเท่าหนึ่งฝ่ามือ เหลือขนาดเท่าครึ่งฝ่ามือเท่านั้นนนนนนนนนนนนน
งอนมาก.
March 23 I'm so not PMSingWe are supposed to enrich each other lives.
Like I said, love is not enough.
I personally think that the way people treat others is simply the way to show respect.
and you're obviously not respecting me. March 19 so frustrated I couldnt sleep
คอมแม่งโดนไวรัสกินเหี้ยน ต้องลงทุกสิ่งอย่างใหม่หมด จากที่เคยทำงานคล่องปรื๋อ ตอนนี้มีสภาพความหนืด เหมือนคนแก่ ที่ช้า และบางทีก็นั่งนิ่งไม่ตอบสนองซะอย่างงั้น หงุดหงิดมากๆ ไม่เป็นอันทำงาน งานทุกสิ่งก็ช้าหนืดตาม หดหู่ที่สุด
พี่สาวพาลูกชายวัย 6 เดือนมาเยี่ยมญาติที่กรุงเทพ ช่วงสองอาทิตย์ที่ผ่านมา ก็ได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันอย่างเต็มแมกซ์ พอมันกลับไป ความว่างเปล่าก็เข้าครอบงำ --- รู้สึกเหงาจับจิต น้ำตาร่วงทุกวัน สงสัยคนโดนแฟนทิ้งก็คงรู้สึกแบบนี้
หดหู่สุดๆ ช่วงนี้ ไหนหมอดูบอก พอ 25 ก็หมดเบญจเพศไง นี่มันอะไรกัน!!!! February 27 เพื่อนบ้านของฉันหัวหน้าลาคลอด ไปเลี้ยงลูก ปล่อยเรานั่งหนาวอยู่ในออฟฟิศคนเดียว
นี่ขนาดพี่เค้าบอกว่า ทำงานอยู่บ้านก็ได้ ไม่ต้องเข้ามาทุกวัน --- ไอเรายังมีจิตสำนึกเข้ามาทำงานทุกวันเลย
มอบโล่ให้ฉันหน่อย
เหตุการณ์รำคาญใจที่อยากจะบ่นก็คือ
ออฟฟิศของเราเป็น serviced office ซึ่งก็เหมือน serviced apartment แบบว่าแบ่งห้องให้เช่าเป็นสำนักงานเล็กๆ
แต่ละห้อง ก็เลยจะเป็น บริษัทโน่นนี่ต่างๆ กันไป
ไม่นานมานี้ ข้างๆห้องเรา มีเพื่อนบ้านย้ายมาใหม่
แอบมองผ่านรูกระจก เดาว่าเป็นบริษัทขายผ้าถุงอะไรซักอย่าง (=..=')>
คิดว่าเฮียที่ทำงานอยู่ในห้องนั้นเป็นคนไทย เพราะเห็นชอบร้องเพลงเสียงดังลั่น ทั้งในและนอกเวลางาน
คาแรคเตอร์อันโดดเด่นของเฮียแกคือ
"เรอ"
เฮียแม่งเรอ ทั้งวันทั้งคืน ไม่รู้ไปกินอะไรผิดสำแดง หรือว่าเป็นคนเลือดลมไม่ค่อยดี
แล้วแม่งเรอเสียงดังมากกกกกก แล้วไม่มีเก็บกดกลั้นใดๆ ก็เรอเปิดใจ "เอิ่กกกกกกกก" ออกมาซะงั้น
ผ่านกำแพงอันบางเฉียบที่กั้นระหว่างห้องของสองเรา
แม่ง.... อยากเห็นหน้ามันมาก วันก่อน เรอกระหน่ำชุดใหญ่
แทบจะไปเคาะห้องว่า ช่วยเรอแบบเก็บเสียงน่ะ ทำเป็นม๊ายยย หรือไม่เฮียก็ควรกินอะไรที่มันขับลมน้อยๆ จะเวิร์คมาก
ไม่อยากจะคิดว่าคนที่ทำงานห้องเดียวกับเฮีย จะรู้สึกยังไง แล้วนอกจากที่เรอเสียงดัง แล้วมันมีกลิ่นตามมามั้ย
บรื๋อออ~ น่ากลัว~~~
February 16 เบนจามิน บัทอึ้นนน~นอกจาก ที่ได้ไปดู a moment in June มา
อาทิตย์ที่แล้ว ยังได้ไปดู The Curious Case of Benjamin Buttons มาด้วย
อยากดู เพราะดูเหมือนเป็นหนังที่ดี
อยากดู เพราะอยากรู้ว่า ที่แบรด พิทท์ มันแก่ๆ เด็กๆ นี่มันทำยังไงฟระ
ดูจบแล้ว ก็รู้สึกเหมือนกำลังดู Forrest Gump ภาคไม่ตลกมา ไม่เด๋อมาก และดราม่าเยอะหน่อย
ตอนแรกฟังชื่อหนัง ก็นึกว่า จะมาไขปริศนา ว่าทำไมเด็กเหี่ยวนี่ถึงเกิดมาแก่ แล้วตายไปแบบเอ๊าะนิ้ง ขนาดที่ฟันยังไม่งอก
หนังก็ดีนะ เป็นดราม่าที่ดูเพลิน ดูไปก็ทึ่งกับความหล่อของแบรด พิทท์ ที่ทวีขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อหนังดำเนินไป
ดูไป แล้วก็ทึ่งกับความโคตรสวย ของนางเอก ที่แบบ........สวยมาก จนข้าพเจ้าอยากเป็นผู้ชาย (หืมมม?!?!)
เวลาหนังจบลง ก็มักจะได้ยืนเสียงคนดูเดนิออกจากโรง ถกเถียง ถามไถ่ แลกเปลี่ยนความเห็น
แต่พอหนังเรื่องนี้จบลง ทั้งโรงกลับปกคลุมไปด้วยความเงียบ....
ไม่รู้ว่าเงียบเพราะหนังมันนานสามชั่วโมง หรือว่าเป็นเพราะสลดกับตอนจบของหนังกันแน่
เราให้ 3/5
ดูเพลินๆ พอให้ได้คิดตาม :)
February 15 second chance is not for everyoneเมื่อวาน ไปดู a moment in June
หลับ....
หนังน้อยเรื่องมาก ที่ดูแล้วมีอาการหลับระหว่างเรื่อง
โดยส่วนตัวแล้ว รู้สึกว่าหนังมันก็ดีนะ แต่ไม่รู้เพราะมันติ๊สมากเกินความสามารถเรา หรือว่าอะไร..
แต่แอบหลับไปหลายจังหวะ ช่วงใกล้จบ
ตามความรู้สึกของคนไม่ติ๊สอย่างเรา
คิดว่าหนังมันว่างเปล่ามากเกินไป
เห็นตัดสลับไปมามากมาย มันทำให้เราพยายามคิดตาม ว่าที่สลับไปมานี่มันเวลาไหนแล้ว แล้วอันนี้มันตอนไหนแล้วหว่า
ดูหนังจบแล้วรู้สึกว่างเปล่า...... ไม่อิ่ม ไม่เศร้า ไม่รู้สึกอะไรเลย ไม่ใช่ว่าเพราะหลับนะ แต่แบบ มันไม่มีความรู้สึกอะไรเลย
ไม่ได้รู้สึกเสียดายตังค์ หรือไม่ได้รู้สึกว่าหนังแย่แต่อย่างใด
รู้สึกด้วยซ้ำว่าเป็นหนังที่ดี เนื้อเรื่องของหนังมันทรมานใจมาก
จริงๆ หนังเนื้อเรื่องแบบนี้ น่าจะทำเราร้องไห้ได้ง่ายๆ
แต่แบบ............ ไม่รู้ทำไม มันถึงไม่อินนะเนี่ย
สิ่งที่สรุปเนื้อหาหนังได้ดีที่สุด น่าจะเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ "ความคิด" ที่ฮิตกันไปทั่วบ้านทั่วมึง ณ ตอนนี้
เรายังบอกตี๋เลยว่า ถ้าดูรอบสองคงอินมากกว่านี้ (ตามที่ฟังสัมภาษณ์นักแสดง และผู้กำกับเค้าบอกไว้ว่า "ถ้าดูรอบสองจะเข้าใจมากขึ้น")
แต่ตี๋บอกว่า "หนังที่ดี มันต้องดูทีเดียวแล้วเข้าใจเลยดิวะ"
หรือว่า ผู้กำกับเค้ากำลังตั้งใจจะสื่อความหมายของประโยคที่ว่า "Do you believe in second chance?"
อ้าว...ตกลงกูต้องไปดูรอบสองใช่มะ?
February 09 Kudos to ท่านพี่"บางเวลาเกิดคำถามถามตัวเองว่า
เราทำอะไรอยู่...
เราเกิดมาบนโลกนี้ทำไม...
และเราจะต้องทำอะไรเพื่อให้การเกิดมานี้คุ้มค่า
เวลาของคนเรามีเพียง 80 ปีโดยเฉลี่ย
คิดเป็นเวลาเพียง 7,200 เดือน
คิดเป็นเวลาเพียง 2,628,000 วัน
คิดเป็นเวลาเพียง 63,072,000 ชั่วโมง
คิดเป็นเวลาเพียง 3,784,320,000 นาที
คิดเป็นเวลาเพียง 227,059,200,000 วินาที
เราใช้เวลาไปเท่าไรในการเสียใจ
ใช้เวลาเท่าไรในการโทษคนอื่น
...และใช้เวลาเท่าไรในการที่จะพัฒนาตัวเอง..."
ขอยืมข้อความในสเปซท่านพี่มาใช้.....ขี้เกียจแปะลิ้งค์...ช่วยมาคอมเม้นไว้ได้มั้ย คนจะได้ตามไปอ่านสเปซแก
อยากให้ "หลายๆ คน" ได้มาอ่านข้อความบรรทัดที่ว่า....
"เราใช้เวลาไปเท่าไรในการเสียใจ, ใช้เวลาเท่าไรในการโทษคนอื่น,...และใช้เวลาเท่าไรในการที่จะพัฒนาตัวเอง..."
แล้ว ฉัน ใช้ เวลา ที่ ผ่าน ไป ได้ คุ้ม ค่า หรือ ยัง . . . . . .
คนเรานี่มันก็น๊า.....โกหก แบบไหน ไม่น่าให้อภัยที่สุด??
February 05 คนอย่างเรามันต้องกินข้าวก่อนเที่ยง โอ๊ทสสส!!เมื่อเช้ากินหนมปังไส้กรอกชิ้นจิ๋ว เป็นอาหารเช้า
พอเริ่มสิบโมงท้องไส้ก็เกิดอาการร้องโครก~~
มองนาฬิกาในคอมแล้วก็คิดว่า...แม่งงงง อีกตั้งนานกว่าจะเที่ยง
แล้วก็แอบคิดไปว่า เอ๊ะ เราลองไปกินข้าวก่อนเที่ยงดูดีกว่า - ก็เราหิวแล้วนี่นา
นั่งทำงานไปอีกซักแป๊บ
11 โมงครึ่งเลยเดินขึ้นไปกินข้าวที่ฟู้ดคอร์ทในตึก
ป้าอาหารตามสั่งราคาแพง (ป้าแกขึ้นราคาตั้งแต่ช่วงน้ำมันแพง จนน้ำมันถูกแล้วข้าวป้าก็ยังแพง) ทำหน้างงๆ ว่าทำไมมากินข้าวเร็ว
แต่ฟู้ดคอร์ทตอน 11 โมงครึ่งมันช่างจำเริญใจยิ่งนัก
คนยังน้อย และร้านต่างๆ ยังมีกับข้าวใหม่ๆ อุ่นๆ ล้นเต็มถาด แถมเลือกที่นั่งได้สบายใจเฉิบ ไม่ต้องรอป้าแม่บ้านมาเก็บจานที่คนกินทิ้งไว้
นั่งกินไปได้ซักแปดคำ.... มองไปรอบๆ เอ๊ะ ก็มีคนเริ่มเดินขึ้นมากินข้าวกันแล้วนะ
แต่ประชากรฟู้ดคอร์ทตอนช่วงก่อนเที่ยง ล้วนเป็นประชากรที่ดูอายุ 35 ขึ้นไปทั้งนั้น
ดูมีวัยวุฒิ และคุณวุฒิระดับหัวหน้าแผนก และผู้บริหาร (มีผู้บริหารคนไหนกินฟู้ดคอร์ทป่ะวะ?)
หรือว่าประชากรวัยกลางคนเหล่านี้เค้ามักจะท้องร้องก่อนเวลาเที่ยงเหมือนเราวันนี้? เอ๊ะ นี่เราวัยกลางคนหรือนี่!!! *เฮือกก!!!!
(ปกติช่วงหลังเที่ยง จะเห็นพวกพนักงานวัยสะออน เดินกันให้ควั่ก)
เรากินข้าวเสร็จตอนก่อนเที่ยงหน่อยๆ แล้วก็เดินไปซื้อเค้กแครอท คุณลุงเด็กนอก (ลุงแกชอบออก accent เวลาพูดคำว่า "เค้กชกโกแหลท")
แล้วก็เดินลงลิฟท์สบายใจเฉิบมานั่งทำงานต่อ
อาหารกลางวันมื้อนี้ 40 บาท :D
February 03 เหตุผลที่คนเราต้องกินข้าวตอนเที่ยงวันนี้ออกไปกินข้าวตอนเกือบบ่ายสอง
โดยปกติแล้ว จะกินข้าวตอนบ่ายโมงหน่อยๆ เพื่อเลี่ยงคนเยอะ
วันนี้ออกสาย แล้วอยากกินของถูก
เดินข้ามฝั่งจะไปกินก๋วยเตี๋ยวต้มยำในหลืบเต้นท์ ที่มันชามละ 30
มันปิดแล้วหง่ะ.....มาสาย --- แล้วที่เต้นท์ก็ไม่มีของขายแล้วด้วย
ฟูดคอร์ทในตึก ร้านที่ขายก๋วยเตี๋ยวต้มยำ ก็รสชาติเหมือนน้ำเปล่า
เลยตัดใจต้องไปกินร้านก๋วยเตี๋ยวเยนตาโฟเครื่องทรง
เยนตาโฟชามละ 60 บาท ลูกชิ้นปลาจานละ 60 บาท น้ำเปล่า 10 บาท
อาหารกลางวัน วันนี้ 130 บาท
แพงชิบเป๋ง
January 15 ชวนกินข้าว![]() เมื่อวานไปกินข้าวกับเพื่อนมาที่ร้านนี้ "Minibar Royale"
อร่อยดีนะ บรรยากาศร้านมันสบายๆ ดี
ร้านอยู่ตรงสุขุมวิท ซอย 23 อยู่ใต้ Citadines เลย
ร้านน่ารักดี เก๋ๆ อารมณ์ประมาณ vanilla industry
แต่เราชอบร้านนี้มากกว่าแฮะ สไตล์มันชัดเจนดี ปลื้มมาก (>w<)
เด๋ววันเกิดไปอีก เย้!
January 12 Please take your fake ass home.เขียนอันนี้ไว้ตั้งแต่วันที่ 4 ธันวาคม 2005
* * * *
We went out for a family dinner today. All the laughter reminded me of how lucky I am.
When I start to look at the glass half full. People just snap me out of it. They keep reminding me of how bullshit people could be. I would wanna be mad but I'm just too tired and it all turns into a pity. I dont know what it is but the one, who others think he's cold-hearted, turns out to be the one who actually listen... in spite of them. Thats just sad man. Some of my friends dont understand why I am such an "indy" (or whatever they term 'independent'). Well, I dont know about others but FRIEND can be the most refreshing thing and the most unbelieveably disappointing people. I used to think I just set my expectation too high.. but when I dont expect shit and all I have is love. They turn and stab me in the back with all the unnecessary lies. Dont get me wrong. I'm not a hater. In fact, I have all the love everyone wants-they just keep taking it for granted. * * * *
ณ ตอนนี้ ไอความรู้สึกนี้ก็ยังอยู่ ไอเรื่องแย่ๆ ที่พยายามลืมไป มันกลับเดจาวูกลับมา เพราะสิ่งทุเรศๆ ที่มันไปทำเพิ่มมา ที่แบบอยากจะด่าต่อหน้าให้มันหายบ้า และหายตอแหล......แต่ก็คิดไปว่า เดี๋ยวมันก็ตีหน้าตาย เปลี่ยนเรื่อง และตอแหล some more รู้สึกเสียใจม๊ากมาก ที่เสียเวลารู้สึกดี และเป็นเพื่อนกับมัน --- นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่าตัดสินคนจากเปลือกนอก... และอย่าเชื่อใจคนจากเปลือกนอกเช่นกัน เสียอารมณ์
January 11 The Orphanageเมื่อวันศุกร์ ตอนเวลาประมาณทุ่มสี่สิบห้า ขณะนั่งเลือกหนังสือให้เจ้านายที่เอเชียบุ๊คส์ พารากอน
พี่ชายโทรมาแล้วถามว่า "อยู่ไหนวะ ดู The Orphanage ป่าว รอบสองทุ่ม?"
อ่ะโห แทบจะบีบคอคนขายให้มันคิดเงินเร็วๆ แล้วรีบเอาหนังสือใส่ถุง
คนขายแม่งยังใจดี บอกว่าซื้อแยกบิลมั้ยคะ จะได้จับฉลากส่วนลด แล้วมาลดอีกเล่ม....
ดันจะครีเอทตอนกูรีบอี๊กกกก!!! (แต่ชื่นชมในการให้บริการมาก ให้สิทธกับลูกค้าสุดฤทธิ์)
หลังจากที่พนักงานได้บรรจงเอาหนังสือใส่ถุง ข้าพเจ้าก็วิ่งหน้าตั้งจากพารากอนไปลิโด
วันที่กูรีบๆ ทำไมมนุษย์ทั้งโลกมันถึงเดินช้ากันซะขนาดเน้!!!
ขอเกริ่นก่อนว่า The Orphanage (ชือไทย "โรงเรียนเลี้ยงผี") เป็นหนังที่อยากดูมานานแล้ว
ตั้งแต่ หน้าลิโดยังแปะใต้โปสเตอร์ว่า coming attraction จนผ่านมาเดือนกว่า --- ดีนะ มันยังไม่ลาโรงไป
ตอนแรกไม่ได้รู้หรอกว่ามันเป็นหนังเกี่ยวกับอะไร เป็นคนไม่ชอบอ่านรีวิวหนัง
คิดเอาเองว่าคงเป็นหนังหลอนๆ เหมือน Pan's Labyrinth (เห็นว่าเป็น
การไม่เคยอ่านรีวิวหนังมาก่อนเลย ทำให้เราไม่คาดหวัง และไม่เดาเนื้อเรื่องล่วงหน้า --- และทำให้ไม่รู้ด้วยว่า หนังมันเกี่ยวกับอะไร
ตอนไปเล่าให้พี่ฟังว่าอยากดูเรื่องนี้ มันสวนกลับมาว่า "อ่อ ไอโรงเรียนเลี้ยงผี อ่ะนะ"
แอบด่ามันในใจว่าสปอยล์กูทำไมนี่
เอาเป็นว่า fast forward มาถึงตัวหนังเลยละกัน
The Orphanage เล่าเรื่อง ลอร่า อดีตเด็กกำหร้า ที่มีครอบครัวรับไปเลี้ยงตั้งแต่เด็กๆ ทำให้ต้องแยกจากเพื่อนๆ ในสถานเด็กกำพร้านั้น
พอ ลอร่า โตขึ้นก็กลับมาซื้อบ้านเลี้ยงเด็กกำพร้าที่ตนเคยอยู่ เพื่ออยู่กับครอบครัว และตั้งใจว่าจะเปิดบ้านเป็นสถานรับเลี้ยงเด็กพิเศษ
ลูกชายของเธอ "ซิโมน" ซึ่งเป็น "เด็กพิเศษ" มีอาการทางจิตมาตั้งแต่เล็กๆ และชอบเล่นกับเพื่อนในจินตนาการมาแต่ไหนแต่ไร
เมื่อย้ายมาบ้านหลังนี้ ซิโมนก็ได้พบกับเพื่อนในจินตนาการคนใหม่ - ไม่ได้มีคนเดียว แต่มีถึง 6 คนด้วยกัน!! --- เฮี้ยนมากกกก
ลอร่าและสามีคุ้นเคยกับการที่ซิโมนมีเพื่อนในจินตนาการ และคิดว่าเป็นเพียงอาการของเด็กที่เหงา และอยากหาเพื่อนเล่นเท่านั้น
หารู้มั้ยว่า แก๊งเพื่อนใหม่ของซิโมนนั้น ก็เป็นแก๊งค์เพื่อนเก่าของลอร่าเช่นกัน!!!
การกลับมายังสถานรับเลี้ยงเด็กอีกครั้งของลอร่า เป็นโอกาสให้ลอร่าได้เรียนรู้ทุกข์สุขของเพื่อนๆ เธอหลังจากที่เธอจากมา
*ถ่าน ถาน ถ๊านนนนนน
หนังผีส่วนมากที่เราเคยดูกัน มักจะมีผีแหวะๆ เหวอะๆ แหยะๆ ออกมาให้ตกใจเป็นระยะๆ
แต่หนังเรื่องนี้ หลอนตั้งแต่เริ่มเรื่อง จนจบเรื่องก็ยังจิกตีนซะปวดแข้งเลยทีเดียว
ไม่ได้มีส่วนไหนของหนังมีมันผ่อนคลายเลยซักนิด แค่เปิดตัวด้วยเครดิตทีมสร้าง ก็ขนลุกซู่แล้ว
แต่ต้องขอชื่นชมผู้กำกับ และทีมสร้างอย่างยิ่งยวด
ช่างมีความสามารถในการจับจังหวะ และการบีบเค้นหัวใจคนดูได้ระดับโลกเลยจริงๆ
หนังทั้งเรื่องไม่ได้มีผีเหวอะๆ ออกมาให้ดูเลย แต่จังหวะของหนัง ดนตรีประกอบที่โคตรป้ากดดัน
และการลำดับเรื่องของหนังมันช่างหลอกหลอน และเจ๋งเด็ด ขนาดออกจากโรงแล้วยังขนลุกไม่หาย
หนังน่ากลัว ขนาดที่คนในโรงกรี๊ดกันลั่น ในฉากเสียวๆ คนในโรงถึงกับคราง อูยยย โอยยยย ซะปวดใจ
สไตล์หนังก็เป็นเหมือน Pan's Labyrinth (ถ้าใครเคยดู) - เนื้อเรื่องหดหู่ๆ แต่จบแบบแฮปปี้ ปนหม่นๆ....เอ๊ะ งงมะ?
จะว่าไป หนังเรื่องนี้มันก็ไม่ได้เป็นหนังผี ซักเท่าไหร่นะ มันแค่หลอนมาก และบีบหัวใจตลอดสองชั่วโมงเท่านั้นเอง
ใครชอบหนังดี หนังผี หนังใช้สมอง ขอแนะนำว่าให้รีบไปดูกัน ก่อนที่มันจะออกจากโรง
(เพราะถ้าดู dvd ที่บ้านก็คงไม่เครียดเท่าดูในโรงแน่ๆ)
ถ้ามีโอกาส ก็ไปตามดู Pan's labyrinth ด้วยละกัน สนู๊ก สนุก
โอเค บ่นจบละ สบายใจ ...
January 09 PASH ME UPI want to change the look of my "windows live space", regardless of no one really read my shits no more.
But there is nothing fresh for me to choose from.
I think I better take up HTML course soon.
ขัดใจที่สุด
On another not so important note, I'm starting this new blog (I know I am way too slow comparing to the amount of the 'bloggers' these days).
The blog is called "PASH UP".
The idea of the blog is selfish and completly self-centered. All content will be all things I'm interested in, and I will try to bitch less.
Keep checking in "pashup.blogspot.com"
thx :) January 07 old habitพี่กี้ส่งมาให้ทำ.........
เราก็จัดไป.
1. หนังสือเล่มล่าสุดที่อ่าน? : aday ฉบับที่ 100 2. ภาพยนตร์เรื่องล่าสุดที่ดู?ไปดูกับใคร? ที่ไหน?: Madagascar 2 ไปดูคนเดียว ที่พารากอน - เหงามะ 3. ชอบฟังเพลงแนวไหนมากที่สุด? : แล้วแต่อารมณ์นะ เวลาเพ้อฝันจะชอบฟังเพลงไทย เบาๆ จะได้เพ้อตามเพลง - เวลาต้องการ inspiration จะฟัง hiphop, R&B.....เสี่ยวมะ 4. พูดคำว่า รัก ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่จำได้ป่าว? : ไม่รู้สิ........เดือนที่แล้วแหละ 5. ข้อดีของคุณ? : จริงใจ มั้ง 6. แล้วข้อเสียของคุณล่ะ ? : ไว้ใจคนผิด 7. แล้วมองคนอื่นยังไง? : มองผ่านคอนแทคเลนส์จะชัดมากๆ 8. Wallpaper ที่คอมพิวเตอร์เป็นรูปอะไร : โลกใต้ทะเล........ที่คงไม่ได้ไปเห็นเองอีกแล้ว 9. สถานที่ที่อยากไปมากที่สุด? : ไม่มีที่ๆ อยากไปมากที่สุด แต่ถ้าตอนนี้ให้เลือกไปเที่ยว อยากไปอิตาลี กรีซ แล้วก็ตะรุเตา 10. คำพูดติดปาก ที่พูดประจำเลย? : ไม่มีนะ ถ้าพูด ก็คงไม่รู้ตัว 11. ตอนนี้คิดถึงใครอยู่หรือเปล่า? : คิดอยู่ว่า ถ้าตอบคำถามเซตนี้เสร็จ จะต้องใช้เวลาแค่ไหนถึงจะทำงานเสร็จ 12. เวลามองเห็นทะเลแล้วรู้สึกอะไร? : "เออ มันชิวดีนะ" 13. ผลไม้สุดโปรด? : แอปเปิ้ลกาล่า กับฝรั่งนิ่มๆ ฟูๆ 14. มีโทรศัพท์ถึงคุณกี่ครั้งในหนึ่งวัน: แล้วแต่นะ ช่วงสองเดือนที่ผ่านมา เพื่อนโทรหาเยอะมาก จนรู้สึกว่ากูนี่ก็ป๊อบปูล่าน่าดู แต่ตอนนี้เพื่อนเลิกคบหมดแล้ว 15. ช่วงนี้มีอะไร update ไหม? : อื้มมม.....ไม่มีนะ ก็ยังใช้ชีวิต routine เหมือนเดิม 16. ตั้งเป้าหมายในชีวิตว่าจะเรียนถึงระดับไหน? : จริงๆ ตรี ก็พอแล้วนะ ไม่ซีเรียส 17. ถ้าถามเรื่องความรักคิดยังไงกับประโยค รักคนที่เขารักเราดีกว่า : ก็ดีนะ แต่เราก็ต้องรักเขาด้วยนะ 18. ถ้าเพื่อนแอบชอบแฟนเราทำไง : บอกมันว่า "เพื่อนกัน เค้าไม่ทำกันแบบนี้" 19. อกหักรู้สึกอย่างไร? : ก็คงเสียใจ เป็นธรรมดา 20. ถ้าขอพรได้จะขออะไร? : ขอเป็นแดนเซอร์ให้ Justin Timberlake 21. คุณคิดว่าคนเราเกิดมาเพื่ออะไร? : ไม่รู้เหมือนกัน แต่เกิดมา ก็ควรจะใช้เวลาให้คุ้มค่า อย่าให้เสียชาติเกิด 22. เลี้ยงรุ่นครั้งต่อไปเมื่อไหร่ : ก็ยังไม่เห็นมีใครนัดอะไรกัน 23. คิดยังไงกับเพื่อนที่มหาลัยหรอ : a true friend will never lie to you. ever. 24. ถ้าไม่ได้เกิดเป็นคนคิดว่าอยากเกิดเป็นอะไร? : อืม ไม่เกิดก็ดีนะ 25. วันเกิดตัวเองอยากให้ใครอวยพรมากที่สุด? : ครอบครัว 26.ชอบวันหยุดวันไหน? : นับตั้งแต่คริสมาสต์จนปีใหม่ (คือ คริสมาสต์ก็ไม่ควรจะได้หยุดนะเนี่ยเรา) 27.คิดว่าคนอื่นจะไม่ชอบอะไรที่ตัวเองทำ? : คงไม่ชอบสิ่งที่เราพูดมากกว่า...... ความเห็นที่ไม่ตรงใจเค้า คงจะทำให้เค้าไม่พอใจ ละมั้ง 28.คิดว่าคนอื่นจะชอบอะไรที่ตัวเองทำ? : ไม่รู้สิ แต่เราก็ไม่เคยตั้งใจจะทำร้ายจิตใจใคร 29.มีความสามารถพิเศษอะไร? : ไม่มีอะไรเป็นพิเศษนะ........ ถ้ามีก็อาจเป็น "เพ้อเจ้อเยอะ เป็นพิเศษ" 30.เคยตกบันไดรึเปล่า? : เคย ตกลงมาจากชั้น 3 ตอน สอง-สามขวบมั้ง --- ทุกวันนี้เลยไม่ค่อยสมประดี 31.ในชีวิตที่ผ่านมาคิดว่าอะไรคืออุบัติเหตุร้ายแรงที่สุดในชีวิต?: ตกลงมาจากชั้น 3 ไง 32.ในกระเป๋าตังค์มีรูปรึเปล่า? : ไม่มี มันไม่มีช่องให้ใส่รุปหน่ะ 33.ไปทำบัตรประชาชนอายุเท่าไหร่ : ตามเกณฑ์ ปกติ 34.เคยคิดจะชกใครมั้ย? : ไม่เคย เดี๋ยวโดนชกกลับหน่ะ --- เคยคิดแต่ว่า กูอยากบีบคอแม่ง แล้วเขย่าๆๆๆๆๆๆๆๆ 35.คิดว่าหน้าตาตัวเองตอนตื่นเหมือนอะไร? : เหมือนคนพึ่งตื่น 36.ถ้าให้เลือกอยากให้วันนึงมีกี่ชม.? : พอละเท่านี้ มีอีกก็อู้อีก <<<< เออ เห็นด้วย 37.เขียน DIARY รึเปล่า? : เมื่อก่อนเขียนอย่าง obsessive แต่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยได้เขียนแล้ว มีกิจกรรมอย่างอื่นที่มัน time consuming มากกว่า 38.รู้จักโดเรมอนดีแค่ไหน? : ไม่สนิทนะ เป็นเพื่อนของเพื่อนอีกที 39.มีกรรไกรกับคัตเตอร์จะเลือกใช้อะไร? : กรรไกร 40.ในชีวิตโตมาถึงตอนนี้ฆ่ามดมากี่ตัวแล้ว? : ตอนเด็กๆ คงเยอะ แต่เดี๋ยวนี้จะเนียนปัดๆ ให้มันหายไป....ไม่รู้มันไปตายขณะโดนปัดรึเปล่า 41.ใช้เวลาอ่าน นสพ. นานเท่า ไหร่ ? : แล้วแต่ว่าเป็น นสพ. อะไร - ถ้าเป็นเรื่องงาน ก็ต้องตั้งใจอ่านมากหน่อย ข่าวบันเทิง เดี๋ยวนี้ดูจาก ubc ช่อง 17 ก็ได้ 42.กินผัดไทใส่ถั่วงอกรึเปล่า? : ใส่ แต่ไม่ได้เป็นคนชอบกินผัดไทนะ ชอบกินถั่วงอกมากกว่า 43.ถ้ามีกล่อง 1 ใบ คิดว่าอะไร อยู่ข้างใน? : สร้อยมุก 44.เชื่อเรื่องรักแรกพบรึเปล่า? : ไม่เชื่อ 45.คิดว่าตัวเองเคยเจอมั้ย? คิดว่าไม่เคย แต่แฟนคนปัจจุบันตอนเห็นครั้งแรก ก็ชอบเลยนะ - แบบนั้นเรียกว่า รักแรกพบรึเปล่า 46.ใครคนนึงรักเพราะอะไร? : เพราะ คนๆ นั้น เค้าตอบโจทย์ เรา 47.ชอบเล่นเกมรึเปล่า? : แล้วแต่เกมส์ 48.เวลาว่างชอบทำอะไร? : นอนดูทีวี แล้วก็บ่นว่า "วะ! ว่างจัง" 49.เพลงที่ชอบที่สุดตอนนี้ : เพลงของชิน คิดว่ามันชื่อเพลง "คืนหนึ่ง" --- วัยรุ่นมะ 50.ขับรถเร็วมั้ย? : ขับไม่เป็น 51.กลางคืน กับ กลางวัน ชอบอย่างไหน? : ชอบกลางคืน วันที่อากาศเย็นๆ และก็ชอบตอนเช้า 53.คิดว่าการตอบคำถามอย่างนี้ไร้สาระมั้ย? : ก็ไม่นะ..... แต่พวกคำถามโง่ๆ เราก็ไม่ตอบนะ 54.ฝากอะไรถึงคนส่งหน่อยดิ? : ลองอ่านอันนี้ แล้วเทียบกับเมื่อก่อนดิ รู้สึกว่ากูเปลี่ยนไปมะ? 55.อันนี้ฝากให้คนที่จะส่งไปให้?: ส่งให้ เพราะอยากให้อ่าน และอยากให้ตอบ 56.อยากให้มีคนตอบมั้ย? : อยาก
สวัสดีปีใหม่ เอฟวะรีวัน :)
December 25 Hello, windows live teamเกลียด windows live space เวอร์ชั่นใหม่
ทำให้ไม่อยากเข้ามาเขียนอะไรอีกเลย
แม่งยาก |
|
|